ภาพกิจกรรม
ภาพกิจกรรม
จุรินทร์ ระดมทีม "พาณิชย์-เอกชน-จังหวัด-ความมั่นคง" ลงพื้นที่ด่านท่าเส้น ชายแดน"ตราด-กัมพูชา" ดันเปิดสัญจรค้าขายระหว่างกัน ฟื้นเศรษฐกิจชายแดน
 
 
 
วันที่ 8 ตุลาคม 2564 เวลา 14.00 น.
 
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด พลเรือตรีอภิรักษ์ กลิ่นหมิ่น รองผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และรองผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด และ นายธีระ สลักเพชร อดีต ส.ส.จังหวัดตราด พร้อมคณะทั้งกระทรวงพาณิชย์ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าในการยกระดับช่องทางการค้าทางธรรมชาติบ้านท่าเส้น สู่จุดผ่านแดนถาวร ณ ด่านบ้านท่าเส้น อำเภอเมือง จังหวัดตราด 
 
นายจุรินทร์ กล่าวว่า เมื่อเช้าตนได้มีการประชุมร่วมกันระหว่างส่วนราชการจากส่วนกลางโดยมีกระทรวงพาณิชย์ร่วมด้วย และผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ภาคเอกชน ฝ่ายความมั่นคง ตัวแทนภาคส่วนอื่นๆ ภาคเอกชนได้เสนออยากให้มีการเปิดด่านท่าเส้น เพื่อส่งเสริมการค้าขาระหว่างกันและเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกัน ซึ่งได้มีมติว่าจะให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการทำเรื่องไปยังสภาความมั่นคงเพื่อขอให้มีการเปิดด่านที่นี่ จะเป็นในรูปแบบใดก็ตาม อาจจะนำไปสู่การเปิดด่านถาวรขึ้นที่นี่ แต่ยังมีขั้นตอนบางส่วน เพราะมีประเด็นเรื่องสิ่งที่ค้างคา การปักปันเขตแดนและประเด็นที่ยังไม่ยุติที่เป็นห่วงว่ากัมพูชาได้สร้างอาคารบางส่วนล้ำเข้ามาในเขต no man land เขตที่ไม่สามารถสร้างสิ่งปลูกสร้างได้ตามข้อตกลงระหว่างประเทศ ต้องหาข้อยุติต่อไป 
 
" แต่ในหลักเห็นตรงกันว่าถ้าสามารถดำเนินการจนจบกระบวนการ ควรจะได้มีการเปิดด่านที่นี่ซึ่งถ้าจะเป็นด่านถาวรต้องรองบประมาณ รอการก่อสร้างอาคารใช้เวลาหลายปี ถ้าเห็นตรงกันอาจใช้วิธีตั้งคอนเทนเนอร์ 2 ฝ่าย เอาส่วนราชการที่จำเป็นมาทำงานพลางก่อน เช่น ศุลกากร ตม. ฝ่ายความมั่งคง หรือส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขอนามัย ของสิ้นค้าที่ข้ามไปมาและในอนาคตอาจสามารถรับนักท่องเที่ยวผ่านแดน เพื่อมาเที่ยวในไทยและเราไปเที่ยวฝั่งกัมพูชาได้ต่อไป
 
ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดจะเร่งดำเนินการเสนอเรื่องไป ซึ่งตนจะช่วยติดตามต่อไป เพราะเท่าที่ฟังประชาชนในพื้นที่อยากเห็นด่านนี้เปิด จากหาดเล็กที่มีอยู่แล้ว 1 ด่าน แต่การเปิดหลายช่อง ในทางการค้าเป็นผลดีเพราะประเทศกำลังต้องการรายเข้าเข้าประเทศและการค้าขายระหว่างชายแดนไทย-กัมพูชา เราได้ดุลเกือบหมื่นล้านบาทต่อปี จะเป็นประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ แต่ความมั่นคงก็เป็นประเด็นที่สำคัญต้องดูควบคู่กันไปว่าความสมดุลอยู่ตรงไหน ระดับรัฐบาลจะช่วยดูอีกขั้นตอนหนึ่ง " นายจุรินทร์ กล่าว 
 
และระบุด้วยว่าด่านทั่วประเทศมีอยู่ 97 ด่าน ตอนนี้เปิดได้แล้ว 46 ด่าน ตอนนี้ตนทยอยเปิดด่านที่ปิดไปเพราะโควิด-19 ถ้าปัญหาโควิดคลี่คลายทั้ง 2 ด้าน ก็สามารถเปิดได้เพราะตัวเลขการค้าชายแดนเราเป็นบวก 30-40% สำหรับ 8 เดือนที่ผ่านมา ถือว่าเป็นตัวเลขที่ดี เราได้ดุลเยอะเป็นแสนล้านในช่วง 8 เดือน ดังนั้นจึงเป็นแนวทางการทำงานเพื่อช่วยสร้างรายได้ให้ประเทศต่อไป
จุรินทร์-สินิตย์ "ดึง" ธนาคาร-ธุรกิจเฟรนไชส์ สร้างอาชีพ 10,000 ราย มูลค่าการขายทั้งปี 4,600 ล้าน ส่งกระตุ้นเศรษฐกิจช่วยชาติ
 
วันที่ 11 ตุลาคม 2564 เวลา 10.00 น.
 
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับผู้บริหารสถาบันการเงินและหน่วยงานพันธมิตร 
เปิดโครงการสร้างรายได้ด้วยแฟรนไชส์ ฝ่าโควิด-19 ปี 2564 ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 สำนักปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยนายจุรินทร์ เป็นประธาน
 
นายจุรินทร์ กล่าวว่า
โครงการสร้างรายได้ด้วยแฟรนไชส์ฝ่าโควิด-19 ในวันนี้ กระทรวงพาณิชย์ตระหนักดีว่าการพลิกฟื้นเศรษฐกิจและการสร้างความเข้มแข็งให้ระบบเศรษฐกิจ ภายใต้วิกฤตโควิดในปัจจุบันจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะ SMEs และ Micro SMEs ซึ่ง SMEs และ Micro SMEs ส่วนหนึ่ง คือธุรกิจแฟรนไชส์ ที่มีมูลค่าตั้งแต่หลัก 2,000 บาท ไปถึงหลัก 10 ล้านบาท  ในปี 2564 มีแฟรนไชส์ของคนไทยจำนวน 597 แฟรนไชส์ มูลค่าการตลาดเฉลี่ยปีละ 300,000 ล้านบาท กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แฟรนไชส์ 557 ธุรกิจ มีลูกช่วงที่เป็นผู้ซื้อแฟรนไชส์ไป 42,000 รายทั่วประเทศ ประโยชน์ของแฟรนไชส์ที่ทำให้เห็นได้ชัดเจน คือ ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันเป็นการช่วยสร้างอาชีพสร้างรายได้และลดอัตราการว่างงานและที่สำคัญสูงสุด คือ ช่วยธุรกิจ SMEs และ Micro SMEs ซึ่งเป็นเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ
 
โครงการนี้มี 2 กิจกรรม คือ 1.กิจกรรมแฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow ใน 15 จังหวัดทั่วทุกภาค ยกขบวนแฟรนไชส์ไปแสดงและขายลูกช่วง รวม 15 จังหวัด ตลอดเดือนตุลาคมนี้
จะช่วยขยายธุรกิจแฟรนไชส์ให้มีบทบาทในภาคเศรษฐกิจของประเทศมากขึ้น และ 2.จัดกิจกรรมรวมเป็นงานใหญ่ที่อิมแพค เมืองทองธานี ภายใต้กิจกรรม MOC แฟรนไชส์สร้างอาชีพ โดยจัด 5 วัน ช่วงเดือนธันวาคมปีนี้ จะมีแฟรนไชส์กว่า 400 รายเข้าไปร่วม และจะมีการประชาสัมพันธ์ธุรกิจแฟรนไชส์ และขายลูกช่วงในงานนั้นด้วยที่สำคัญคือ จะมีการขายลูกช่วงในราคาพิเศษ และจะมีโครงการจับคู่กู้เงินระหว่างสถาบันการเงินกับแฟรนไชส์เกิดขึ้นด้วย
 
" ถือเป็นโครงการจับคู่กู้เงินภาค 3 ต่อจาก จับคู่กู้เงินสถาบันการเงินกับร้านอาหาร จับคู่กู้เงินสถาบันการเงินกับ SMEs ส่งออ ผลที่จะเกิดขึ้นจากการจัดกิจกรรมนี้คือ ช่วยให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาซื้อแฟรนไชส์ได้ไม่ต่ำกว่า 10,000 ราย จะช่วยให้ก่อเกิดการขายลูกช่วงหรือ ไลเซนต์ เฉพาะงานนี้ 1,500 ล้านบาท แต่ทั้งปีโดยกิจกรรมนี้เป็นตัวกระตุ้นจะไม่ต่ำกว่า 4,600 ล้านบาท 
 
คาดว่าจะช่วยเศรษฐกิจฐานราก พี่น้องประชาชนคนไทยให้สามารถก้าวผ่านวิกฤติ โควิด-19 ไปได้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการบูรณาการการทำงานร่วมกันทั้งภาครัฐและภาคเอกชน จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ฐานรากของประเทศให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป " นายจุรินทร์ กล่าว
 
ด้านนายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า ในนามของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าขอบพระคุณรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และระบุว่ากรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้รับมอบหมายให้ส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ SMEs โดยเฉพาะธุรกิจภาคบริการให้มีความเข้มแข็งเพื่อเป็นฟันเฟืองและกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน เศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งธุรกิจแฟรนไชส์เป็นหนึ่งในธุรกิจบริการที่กรมได้ดำเนินการสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพมาอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ของไวรัสโควิด-19 โดยนำธุรกิจแฟรนไชส์มาเป็นทางเลือกในการสร้างอาชีพสร้างรายได้ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการสร้างอาชีพแก่ผู้ว่างงานจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และสร้างโอกาสการลงทุนให้กับผู้ที่ต้องการมีธุรกิจของตนเอง โดยมีหน่วยงานพันธมิตรในการบูรณาการความร่วมมือในการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์กับกรมฯเป็นอย่างดี ได้แก่ สมาคมแฟรนไชส์และไลเซนต์ เและสถาบันการเงินทั้งภาครัฐและเอกชน
“จุรินทร์”ลุยให้กำลังใจชาวท้ายเหมือง รับวัคซีนเกิน 50% เตรียมเปิดเมืองท่องเที่ยวเชื่อม”อันดามันแซนด์บ็อกซ์”
 
 
 
วันที่ 13 กันยายน 2564 เวลา 10.00 น.
 
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
พร้อมด้วยนางกันตวรรณ ตันเถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพังงา
นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองผู้อำนวยการพรรคประชาธิปัตย์
 
ติดตามการปฏิบัติราชการในพื้นที่เขตตรวจราชการสํานัก นายกรัฐมนตรี (กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน) และตรวจเยี่ยมให้กําลังใจบุคลากรด่านหน้า และประชาชนที่เข้ารับการฉีดวัคซีน ณ เทศบาลตําบลลําแก่น อําเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา
 
นายจุรินทร์ กล่าวว่า
 
ดีใจที่ได้มีโอกาสมาพบพวกเราทีเดียว 3 ตำบล (ต.ลำภี ต.ทุ่งมะพร้าว และต.ลำแก่น)ถือว่าพี่น้องชาวพังงาได้รับวัคซีนไม่ช้ากว่าจังหวัดอื่นๆเฉพาะท้ายเหมือง ฉีดได้ประมาณ 47% สำหรับทั้งจังหวัดไปแล้ว 52% โดยเฉลี่ย ซึ่งจะเริ่มนับหนึ่งเพิ่มมากกว่า 50% สำหรับเขาหลักฉีดวัคซีนไป 70% เพราะต้องทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว ถ้าที่เขาหลักไม่ได้ 70% เราไม่สามารถเปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวนำนักท่องเที่ยวจากภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์มาเที่ยวเขาหลักทำรายได้ให้กับเศรษฐกิจพังงาไม่ได้
ขอแสดงความยินดีกับพี่น้องทุกคนที่ได้วัคซีนวันนี้เข็มสอง  จะได้มีภูมิต้านทานไปไหนมาไหนได้สะดวก 
 
ส่วนวันนี้มีคนมาร้องเรียนว่าประกันรายได้ยางบางช่วงไม่ได้รับเงินส่วน ตนจะให้เจ้าหน้าที่มาเช็คว่าเกิดจากเหตุผลอะไรหรือเป็นเพราะบางช่วงจะไม่ได้ส่วนต่าง เพราะราคาตลาดเกินกว่ารายได้ที่ประกัน หลักประกันรายได้ยางพารา ถ้าทำยางแผ่นดิบประกันรายได้ที่กิโลกรัมละ 60 บาท น้ำยางข้นกิโลกรัมละ 57 บาท ยางก้อนถ้วยประกันรายได้ที่กิโลกรัมละ 23 บาท
ประกันรายได้ช่วยให้มีรายได้ 2 ทางจากราคาที่ขายในตลาดและเงินส่วนต่าง โดย ธ.ก.ส.จะโอนเงินเข้าบัญชีพี่น้องเกษตรกรโดยตรง รวมเป็นรายได้ที่ประกัน
ปาล์มน้ำมันก็เช่นกันที่ประกันรายได้ที่กิโลกรัมละ 4 บาท ซึ่งประกันรายได้เป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นเงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาลและตอนนี้เข้าสู่ปีที่ 3 แล้ว
 
และอีกเหตุผลที่ช่วยให้ปาล์มราคาดีก็คือการห้ามนำเข้าน้ำมันปาล์มทางบกเพื่อไม่ให้น้ำมันปาล์มจากประเทศมาเลเซียทะลักเข้ามาในประเทศ  การนำเข้าจึงน้อยลงทำให้ปาล์มทางบ้านเราราคาดีขึ้น
“จุรินทร์” ออนทัวร์ภาคใต้! แก้ปัญหาชาวระนอง 3 เรื่อง ประสาน ศบค.จัดวัคซีน ให้ธุรกิจจำเป็น แพปลา เร่งด่วน เพิ่มเกาะพยาม รับนักท่องเที่ยวจาก ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ สมุยพลัส

 

วันที่  12 กันยายน 2564 เวลา 10.30 น.
 
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
พร้อมด้วยนายดนัยณัฏฐ์ โชคอำนวย คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 
ให้สัมภาษณ์ภายหลังติดตามการปฏิบัติราชการในพื้นที่เขตตรวจราชการสํานักนายกรัฐมนตรี (กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน) หารือร่วมกับ ผู้ประกอบการแพปลาจังหวัดระนอง ณ แพปลากิจไพศาล ตําบล ปากน้ํา อําเภอเมือง จังหวัดระนอง
 
นายจุรินทร์ กล่าวว่า
ข้อสรุปจากการหารือร่วมกันระหว่างตน ในฐานะประธานเขตตรวจราชการอันดามันที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ประชุมร่วมกับจังหวัด ภาคเอกชนและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ได้ข้อสรุปทั้งหมด 3 ประเด็นสำคัญ
เรื่องที่หนึ่ง ปัญหาป่าชายเลน บริเวณนี้เป็นที่ของกรมป่าไม้และได้มีการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเอกชนเช่า ทำธุรกิจทำแพปลามาเป็นระยะเวลานาน แต่ช่วงหลังหมดอายุสัญญาจึงมีการเรียกร้องให้สามารถต่ออายุสัญญาได้ เพราะพื้นที่นี้มี 520 ไร่ เป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของระนอง ได้ข้อสรุปร่วมกันว่าจะมีการโอนที่ของกรมป่าไม้ไปให้กรมธนารักษ์ และเมื่อกรมธนารักษ์เป็นเจ้าของพื้นที่ดินแล้วก็จะเปิดให้เอกชนและผู้ประกอบการที่ดำเนินการอยู่เดิม สามารถเช่าต่ออย่างถูกต้องตามกฏหมาย เพื่อให้พื้นที่บริเวณนี้ 520 ไร่ เป็นแหล่งขับเคลื่อนธุรกิจของระนองต่อไปได้ คาดว่าจะดำเนินการได้เสร็จสิ้นไตรมาสที่ 4 ของปี 65
 
เรื่องที่สอง กรณีวัคซีนจังหวัดระนองมีวัคซีนสำหรับพี่น้องประชาชนชาวระนอง 190,000 คน ฉีดไปแล้ว 68% ประเด็นสำคัญคือผู้ประกอบการและเจ้าของโรงงานที่เป็นภาคการผลิตสำคัญสำหรับเศรษฐกิจระนองเศรษฐกิจภาคใต้ รวมถึงการส่งออก มีความสำคัญต้องใช้แรงงานต่างด้าว ซึ่งตัวเลขแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมายในระนองตอนนี้ 40,000 คน ต้องการให้ฉีดวัคซีนทั้งสิ้น จึงมีการคัดกรองเฉพาะภาคธุรกิจและโรงงานที่มีความจำเป็นจริงๆ เช่น ที่ผลิตอาหาร ผลิตสินค้าส่งออก เพื่อไม่ให้กระทบต่อเศรษฐกิจระนองและประเทศและตัวเลขส่งออก จึงคัดออกมาจะมีโรงงาน 7 โรง รวมทั้งแพปลาอีก 250 แห่ง ซึ่งมีความจำเป็นจะต้องใช้แรงงานต่างด้าวถูกกฎหมาย จำนวนประมาณ 6,400 คนรวมกัน
จึงอยากให้ ศบค.ช่วยจัดสรรวัคซีนเร่งด่วนเพื่อให้เศรษฐกิจในส่วนนี้ขับเคลื่อนต่อไปได้ ตนก็รับเรื่องในฐานะประธานเขตตรวจไปประสานกับ ศบค.และกระทรวงแรงงานต่อไป
 
 เรื่องที่สาม เอกชนภาคการท่องเที่ยวเสนอว่าอยากให้เกาะพยาม จังหวัดระนอง เป็นจุดเชื่อมต่อของภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ และสมุยพลัส คือ เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาที่ภูเก็ต 7 วันแล้วนอกจากจะไปเที่ยวที่พังงา กระบี่  ก็ขอให้มาเกาะพยามได้ด้วย หรือนักท่องเที่ยวที่ไปลงที่สมุย ตามสมุยพลัส เมื่อครบตามกำหนดเวลาที่สามารถไปต่อได้ ขอให้ไปที่เกาะพยามได้ ซึ่งตนคิดว่าเป็นแนวความคิดที่ดีและรัฐบาลก็เปิดการส่งเสริมภาพรวมตามจุดต่างๆที่มีความพร้อม 
สำคัญก็คือประชากรจะต้องฉีดวัคซีนให้ครบ 70% ซึ่งก็ไม่มากหลักพัน เพราะฉะนั้นตนจะเสนอ ศบค. ให้ต่อไป
“จุรินทร์” ออนทัวร์ชุมพร ชาวสวนยิ้มวันนี้ปาล์มทะลุ 7.20 บาท พร้อมเดินหน้าประกันรายได้ปี 3 ลุยมอบโฉนดคืน 86 ราย เผยกองทุนฟื้นฟูช่วยเกษตรกรซื้อหนี้แล้วกว่า 30,000 ราย

 

วันที่  11 กันยายน 2564 เวลา 11.30 น.
 
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายไชยยศ  จิรเมธากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายบุณย์ธีร์ พานิชประไพ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายวันชัย วราวิทย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน นายสัมฤทธิ์ กองเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร
 
เป็นประธานการประชุมติดตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวน ปาล์มน้ํามัน และประธานในพิธีมอบเช็คชําระหนี้และมอบโฉนด ที่ดินของกองทุนฟื้นฟูเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้แก้เกษตรกร จังหวัดชุมพร ณ โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดําริ ตําบลบางลึก อําเภอเมือง จังหวัดชุมพร
 
 
นายจุรินทร์ กล่าวว่า
 
ประกันรายได้ถือว่าเป็นนโยบายสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์และเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญในการเข้าร่วมรัฐบาล ประกันรายได้พืชเกษตร 5 ตัว ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางพาราและปาล์มน้ำมัน ตอนนี้ปาล์มน้ำมันราคาเกินกว่ารายได้ที่ประกันไว้ที่กิโลกรัมละ 4 บาท ถือว่าเป็นเรื่องดีเพราะเพราะมาตรการที่ช่วยกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ และรัฐบาล วันนี้ทะลุ 7 บาท ถึง 7.20 บาทแล้ว
 
ยางพารามีปัญหาอยู่ตัวเดียวคือน้ำยาง ราคาลงเหลือกิโลกรัมละ 40-50 บาทในบางช่วง ราคาต่ำกว่ารายได้ที่ประกันไว้ ที่กิโลกรัมละ 57 บาท เพราะน้ำยางส่วนมากนำไปทำถุงมือยางแต่เกิดปัญหาโควิดที่มาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่ผลิตถุงมือยางมากประเทศหนึ่งของโลก การรับซื้อที่มาเลเซียมีปัญหาโรงงานผลิตถุงมือยางปิดตัวบางส่วน 
 
แต่นโยบายประกันรายได้จะเป็นหลักประกันให้พี่น้อง เช่น ปาล์มน้ำมัน ถ้าราคาต่ำกว่ากิโลกรัมละต่ำกว่า 4 บาท เกษตรกรจะมีรายได้ 2 ทางจากราคาที่ขายในตลาดและเงินส่วนต่าง รวมกันจะเท่ากับรายได้ที่ประกัน
ซึ่งขณะนี้โครงการประกันรายได้เกษตรกรกำลังจะจบปี 2 เหลืองวดสุดท้ายและเราจะเดินหน้าประกันรายได้ปาล์มน้ำมันปี 3 ต่อไป 
 
สำหรับยางพารา ได้ประกันรายได้มาแล้ว 2 ปี ปีนี้จะเป็นปีที่ 3 การยางแห่งประเทศไทยทำเรื่องถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และส่งเรื่องมาที่ตน เข้าคณะที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติแห่งประเทศไทยก่อนซึ่งอีกไม่กี่วันนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติแห่งประเทศไทยหรือ กนย. แล้วจะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป
 
 
สำหรับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เริ่มก่อตั้งในสมัยชวน 2 (นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 ) และตนเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งข้อ 1 จะช่วยแก้ปัญหาหนี้สินให้กับเกษตรกรที่เป็นหนี้และเอาที่ดินทำกินหรือสินทรัพย์ไปจำนองกับสถาบันการเงิน ถ้าไม่ไปผ่อนชำระตามกำหนดสถาบันการเงินจะยึดที่ดินขายทอดตลาด และฟ้องร้องดำเนินคดี กองทุนฟื้นฟูเกิดขึ้นเพื่อช่วยพี่น้องที่เป็นหนี้ไม่ให้ถูกยึดที่ทำกินและไม่ต้องให้สถาบันการเงินมาฟ้องดำเนินคดีโดยจะช่วยรับซื้อหนี้จากสถาบันการเงิน โอนหนี้มาเป็นของกองทุนแทนและมาผ่อนชำระกับกองทุนแทนสถาบันการเงิน โดยเงื่อนไขพิเศษผ่อนปรน1.ไม่มีดอกเบี้ย 2.ไม่มีการยึดที่ดินทำกินเพราะต้องการช่วยให้มีที่ดินทำกินต่อไป ถ้าผ่อนหมดกองทุนฟื้นฟูจะคืนโฉนดให้กับพี่น้อง 
วันนี้จังหวัดชุมพร มามอบโฉนดหรือออกประกาศนียบัตรให้กับผู้ที่ไม่มีโฉนดแต่ผ่อนหมดแล้วกับกองทุนฟื้นฟู จำนวน 86 ราย ประกอบด้วยผู้ที่ได้โฉนด 18 รายและที่เหลืออีกจำนวนหนึ่งที่กองทุนซื้อหนี้จากสหกรณ์หรือกลุ่มสหกรณ์ให้มาเป็นหนี้กองทุนเมื่อผ่อนหมดคืนที่ดินคืนหลักทรัพย์ให้
 
ขอแสดงความยินดีกับพี่น้องและประกาศว่าเราจะเดินหน้าทำต่อไป เมื่อพี่น้องเป็นไทกับตัวเองแล้ว เรามีภารกิจข้อ 2 มีงบประมาณจัดให้กลุ่มเกษตรกรกลุ่มที่น้องไปฟื้นฟูเกษตรกรไปทำอาชีพทำโครงการต่างๆตามที่ร้องและกองทุนเห็นสมควร โดยวันนี้มีการทำโครงการฟื้นฟูจำนวน 4 โครงการ โครงการส่งเสริมให้เกษตรกรช่วยดูแลพัฒนาทั้งการผลิตและการตลาด เรื่องปาล์มน้ำมัน 2 โครงการ ยางพารา 1 โครงการและทำปศุสัตว์อีก 1 โครงการ รวมวงเงิน 3,600,000 บาท ขอให้ใช้เงินจำนวนนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และ
ตนได้นำกระทรวงพาณิชย์มาช่วยด้วยเพราะบางที่มีแต่โครงการผลิตให้กระทรวงพาณิชย์มาจับมือกับกองทุนฟื้นฟู ภายใต้”กองทุนฟื้นฟูผลิตพาณิชย์ตลาด” ทำในสิ่งที่ตลาดต้องการ จะทำให้พี่น้องมีอนาคตมากขึ้น
สำหรับภาพรวมทั้งประเทศเราสามารถดำเนินการตั้งแต่ปี 40 สมัยรัฐบาลชวน 2 รวม 7,300 ล้านบาทที่ช่วยเหลือในทุกรูปแบบ มีเกษตรกรได้รับการช่วยเหลือซื้อหนี้ไปแล้วประมาณ 30,000 ราย
จุรินทร์ ชู "จับคู่กู้เงิน" ช่วยร้านอาหาร กับ SMEs ส่งออก "ฝ่าโควิด" กว่า 6,000 ล้านบาท

 

วันที่ 8 กันยายน 2564 เวลา 9.30 น.
 
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายบุณย์ธีร์ พานิชประไพ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนสถาบันการเงิน แถลงข่าวผลสัมฤทธิ์โครงการจับคู่กู้เงินสถานบันการเงินกับร้านอาหาร และจับคู่กู้เงินสถาบันการเงินกับ SMEs ส่งออก ที่กระทรวงพาณิชย์วันนี้ 
 
นายจุรินทร์ กล่าวว่า ผลการดำเนินการ “จับคู่กู้เงิน” ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากสถาบันการเงินและดำเนินการมาจนจบโครงการในเฟสที่หนึ่งแล้ว โครงการ “จับคู่กู้เงิน” มีด้วยกัน 2 ส่วน โครงการที่ 1 จับคู่กู้เงิน สถาบันการเงินกับร้านอาหาร โครงการที่ 2 จับคู่กู้เงิน สถาบันการเงินกับ SMEs ส่งออก โดยมีผลสัมฤทธิ์สำหรับโครงการ จับคู่กู้เงินสถาบันการเงินกับร้านอาหาร เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายนถึง 7 กันยายน 2564 โดยมี 5 สถาบันการเงินเข้าร่วมโครงการประกอบด้วยธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ธนาคารกรุงไทย SME D Bank และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ได้มีการอนุมัติเงินกู้เพื่อต่อลมหายใจให้กับธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานั้นกำลังประสบปัญหาเพราะสถานการณ์โควิด และต้องการเข้าถึงแหล่งเงินเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนหรือต่อลมหายใจ โดยผลการดำเนินการมาจนถึงปิดโครงการเฟสแรกได้มีการอนุมัติวงเงินไปทั้งสิ้น 2,600 ล้านบาทแล้ว
 
"โดยอนุมัติสินเชื่อเงื่อนไขผ่อนปรนพิเศษจำนวน 2,865 ราย และยังรออนุมัติอีกจำนวนหนึ่งคาดว่าจะอยู่ในวงเงินอีกประมาณ 220 ล้านบาท
โครงการจับคู่กู้เงิน สถาบันการเงินกับ SMEsส่งออกนั้น ได้มีการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคมถึงวันที่ 7 กันยายน 2564 โดยความร่วมมือระหว่าง EXIM Bank กับ บสย. ซึ่งได้มีการอนุมัติวงเงินสินเชื่อไปแล้ว 1,010 ล้านบาท เป็นจำนวนทั้งสิ้น 190 ราย โดยทั้ง 2 โครงการสามารถอนุมัติวงเงินไปแล้วทั้งสิ้น 3,610 ล้านบาท หรือประมาณ  3,600 ล้านบาท จำนวน 3,055 ราย สำหรับโครงการจับคู่กู้เงินสถาบันการเงินกับ SMEs ส่งออกนั้นจะดำเนินการต่อไปในเฟสที่สอง โดนจะต่ออายุโครงการออกไปอีก 60 วัน ตั้งแต่วันที่ 7 กันยายนปีนี้ ถึงวันที่ 7 เดือนพฤศจิกายนปลายปีนี้ โดยคาดว่าช่วงเฟสที่ 2 นี้จะสามารถอนุมัติวงเงินต่อลมหายใจให้ SMEs ส่งออกได้อีกไม่ต่ำกว่าอีกประมาณ 2,000 ล้านบาท กระทรวงพาณิชย์ จับมือ กับสถาบันการเงินเป็นส่วนหนึ่งของโครงการใหญ่ในภาพรวมของรัฐบาลที่มีหลายกระทรวง แต่กระทรวงพาณิชย์กับสถาบันการเงินร่วมมือกันในโครงการ”จับคู่กู้เงิน” นี้คาดว่าจะช่วยปล่อยวงเงินสินเชื่อเพิ่มเงินหมุนเวียนให้กับธุรกิจร้านอาหารและ SMEs ส่งออกได้ไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท" นายจุรินทร์ กล่าว 
 
ทางด้านคุณประภัสสร รังสิโรจน์ นายกสมาคมร้านอาหารไทยและสตรีทฟู๊ด กล่าวว่า ได้กล่าวขอขอบคุณรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กับโครงการดีๆโดยระบุว่าพวกเราร้่นอาหารยังได้ยืดลมหายใจและในส่วนตนเองก็ได้กู้จากธนาคารออมสินในวงเงิน 5,000,000 บาท และก็ยังมีสมาชิกที่กำลังขอและรอการอนุมัติอีกหลายราย แต่ถ้าสามารถต่อไปได้จะดีมาก " ทุกคนอยากจะให้มีโครงการดีๆอย่างนี้ต่อยอดลมหายใจให้ผู้ประกอบการ เนื่องจากว่าระยะของโควิดที่ติดเชื้อยาวนานเหลือเกินเพราะว่าการที่จะอยู่รอดได้จะต้องมีสายป่านที่ยาวขึ้น เพราะฉะนั้นวงเงินตรงนี้อย่างน้อยจะช่วยเยียวยาและช่วยให้ธุรกิจเดินต่อไปได้ ต้องขอขอบคุณโครงการดีๆของกระทรวง ขอบคุณท่านรองนายกจุรินทร์ " นายกสมาคมร้านอาหารไทยและสตรีทฟู๊ด กล่าว
 
รายงานกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กับ กรมการค้าต่างประเทศ ระบุด้วยว่า โครงการ”จับคู่กู้เงิน” สถาบันการเงินกับร้านอาหาร สถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการช่วยอนุมัติประกอบด้วยธนาคารออมสิน 1,453 ราย วงเงินอนุมัติสินเชื่อ 1,021.37 ล้านบาท ธ.ก.ส. 216 ราย วงเงินอนุมัติสินเชื่อ 217.10 ล้านบาท ธนาคารกรุงไทย 176 ราย วงเงินอนุมัติสินเชื่อ 247.69 ล้านบาท SME D Bank 146 ราย วงเงินอนุมัติสินเชื่อ 205.66 ล้านบาท
บสย. 874 ราย วงเงินอนุมัติสินเชื่อ 907.93 ล้านบาท ผู้ประกอบการที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อแยกตามภูมิภาค  กรุงเทพมหานคร 860 ราย วงเงิน 465.65 ล้านบาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1,230 ราย วงเงิน 1,584.54 ล้านบาท ภาคใต้ 247 ราย วงเงิน 142.22 ล้านบาท ภาคเหนือ 372 ราย วงเงิน 302.29 ล้านบาท ภาคกลาง 156 ราย วงเงิน 105.08 ล้านบาท
 
ส่วนโครงการ”จับคู่กู้เงิน” สถาบันการเงินกับ SMEs ส่งออก ผู้ประกอบการที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อแยกตามภูมิภาค กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 120 ราย วงเงิน 746.80 ล้านบาท ตะวันออกเฉียงเหนือ 10 ราย วงเงิน 29.60 ล้านบาท ภาคใต้ 16 ราย วงเงิน 68.20 ล้านบาท ภาคเหนือ 16 ราย วงเงิน 41.40 ล้านบาท ภาคกลาง 28 ราย วงเงิน 125.20 ล้านบาท โดยได้รับเงื่อนไขการขอสินเชื่อพิเศษ ดอกเบี้ยพิเศษ 3.99% ต่อปี ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันใช้เพียง บสย.ค้ำประกันเท่านั้น และปลอดค่าธรรมเนียม 2 ปี อนุมัติวงเงินภายใน 7 วันทำการ รับกรมธรรม์ประกันการส่งออกฟรี 1 Shipment รับสิทธิประโยชน์ในการเข้าร่วมการอบรมหลักสูตรด้านการค้าระหว่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์และศูนย์ความเป็นเลิศทางการค้าของ EXIM Bank
“จุรินทร์”โชว์ 4 วิชั่น นำเศรษฐกิจไทย ฝ่าวิกฤตโควิดโลก ชี้เอกชนต้องทำกำไรให้ธุรกิจ แต่กระทรวงพาณิชย์ต้องทำกำไรให้ประเทศ
 
 
วันที่ 8 กันยายน 2564 เวลา 14.00 น.
 
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายอธิป พีชานนท์ รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายบุณย์ธีร์ พานิชประไพ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า นายภูษิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์  ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ร่วมงานสัมมนา Together is Power 2021 และมอบโล่รางวัลให้กับสมาคมการค้าดีเด่น ปี 2564 ที่ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4  สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยนายจุรินทร์ เป็นประธานและกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ นโยบายการส่งเสริมการส่งออกและการบริโภคภายในประเทศ และการแก้ปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาด ราคาต่ำ เพื่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจของประเทศ และเปิดงานสัมมนา Together is Power 2021 และมอบโล่รางวัลให้กับสมาคมการค้าดีเด่น ปี 2564 ที่ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4  สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์
 
นายจุรินทร์ กล่าวว่า งานนี้ถือว่ามีความสำคัญยิ่ง คือ ประเด็นที่ 1 โควิดยังจะต้องอยู่กับประเทศไทยและกับโลกอีกนาน สิ่งที่เราต้องคิดและต้องทำคือ เราจะนำเศรษฐกิจฝ่าวิกฤตโควิดไปสู่ความสำเร็จร่วมกันได้อย่างไร ตนยังยืนยันเน้นย้ำการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับภาคเอกชน เราจะต้องยึดหลักรัฐหนุนเอกชนนำ เพราะเอกชนคือทัพหน้าในการทำรายได้เข้าประเทศ ถ้าเป็นทีมฟุตบอลเอกชนต้องเป็นกองหน้า เพราะต้องทำหน้าที่ยิงประตูทำคะแนนที่เป็นรูปธรรม รัฐบาลเป็นแบ็คสนับสนุนการทำหน้าที่ของภาคเอกชน ต้องจับมือร่วมกันอย่างเข้มแข็งแน่นแฟ้น จึงเป็นที่มาของหลักคิดการตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการพาณิชย์ หรือ กรอ.พาณิชย์ สามารถทำตัวเลขให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนที่สุดคือการส่งออก เศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเป็นผลทางบวก แต่ถ้าขาดความร่วมมือร่วมใจระหว่างรัฐกระทรวงพาณิชย์กับเอกชน อุปสรรคต่างๆจะไม่คลี่คลาย การจับมือร่วมกันอย่างเข้มแข็ง เข้มข้น และถึงลูกถึงคนจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่เราจะต้องเดินหน้าร่วมกันต่อไป
 
ประเด็นที่ 2 ทีมเซลล์แมนจังหวัดกับทีมเซลล์แมนประเทศต้องเดินหน้าต่อไปให้เข้มแข็งเข้มข้นและปรากฏเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้นต่อไปทีมเซลล์แมนจังหวัดประกอบด้วยพาณิชย์จังหวัด หอการค้าจังหวัด Biz club จังหวัด Micro SMEsของจังหวัด YEC ของจังหวัดสภาอุตสาหกรรมจังหวัด เกษตรจังหวัด ตัวแทนเกษตรกร SMEsทุกฝ่าย จับมือกันระหว่างรัฐกับเอกชนขับเคลื่อนในระดับจังหวัด จึงมีความสำคัญและทรงพลังอย่างยิ่งที่จะนำ 77 ทีม มาบวกกันและเป็น กรอ.พาณิชย์ระดับประเทศ ทำตัวเลขยิงประตูให้ประเทศ ซึ่งมีการจับมือ ตื่นตัวในการทำหน้าที่ พืชผลเกษตรราคาตก ทีมเซลล์แมนจังหวัด ขวนขวายและไปถึงขั้นข้ามจังหวัดค้าขายระหว่างกันตามนโยบาย มังคุดใต้ล้นอีสานช่วยซื้อ ลำไยเหนือราคาตกจับมือกับทีมเซลล์แมนจังหวัดภาคใต้ ภาคตะวันออกช่วยกันแก้ปัญหา ขณะนี้ทีมเซลล์แมนประเทศ ทูตพาณิชย์ 58 แห่ง เป็นหัวเรือใหญ่จับมือร่วมกับนักธุรกิจที่ไปลงทุนในต่างประเทศทำการค้าส่งออกจับมือกันเป็นทีม ตนให้นโยบายชัดเจนว่าต้องมีเป้าหมาย มีเกณฑ์ เอกชนต้องใช้ทีมเซลล์แมนจังหวัดและทีมเซลล์แมนประเทศให้เข้มข้นขึ้น เป็นนโยบายซึ่งต้องอุดหนุนเป็นแบ็คให้กับภาคเอกชน แต่เซลล์แมนจังหวัดกับเซลล์แมนประเทศต้องจับมือกันทำงานร่วมกันให้เห็นผลเป็นรูปธรรมต่อไป โครงการจับคู่เจรจาธุรกิจระหว่าง SMEs ในจังหวัด ทีมเซลล์แมนจังหวัดกับเซลล์แมนประเทศจึงเกิดขึ้น สามารถวัดผลได้
 
ประเด็นที่ 3 จากนี้ไปภาคเอกชนไทยต้องเร่งปรับตัวให้ทันสถานการณ์โลก ซึ่งที่ผ่านมาทันอยู่แล้ว แต่เตรียมการรองรับมาตรการกีดกันทางการค้าที่จะเข้มข้นหนักข้อขึ้นเป็นลำดับ เพราะภายหลังประเทศพัฒนาแล้วใช้มาตรการทางภาษีกีดกันสินค้าจากประเทศกำลังพัฒนาประสบความสำเร็จหลังจากการรวมตัวกันในระบบพหุภาคีหรือในระบบทวิภาคีในรูป FTA หรือ WTO ทำให้กำแพงภาษีทลายลงภาษีเป็นศูนย์ มาตรการทางภาษีจึงลดความสำคัญลง มาตรการใหม่จึงเกิดขึ้นคือมาตรการที่มิใช่ภาษีมาเป็นกำแพงกั้นสินค้าที่ไปจากประเทศคู่แข่งหรือประเทศอื่นๆ เราต้องจับตาสิ่งเหล่านี้ใกล้ชิดและกำแพงที่มิใช่ภาษีจะถูกคิดค้นขึ้นมาทั้งที่กำลังทำและในอนาคตไม่ว่าจะเป็นเรื่องมาตรการสิ่งแวดล้อม มาตรการแรงงาน มาตราการสิทธิมนุษยชน สุขอนามัย ล่าสุดภาษีคาร์บอน เพื่อเป้าหมายกีดกันทางการค้าหรือปกป้องการค้าของประเทศ โดยอียูเริ่มแล้วในอีก 2 ปี จะคิดภาษีคาร์บอน 5 สินค้า 1.เหล็ก 2.อะลูมิเนียม 3.ซีเมนต์ 4.ไฟฟ้า 5.ปุ๋ย ขอให้เอกชนทั้งหลายเตรียมการ
และอีกปัจจัยในเรื่องความมั่นคง การเอาปัจจัยเศรษฐกิจมาผูกมัดติดกับปัจจัยทางการเมืองและกลายเป็นปัจจัยปกป้องกีดกันทางการค้า ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เราจะอยู่ตรงไหนคือสิ่งที่เราต้องคิด ทุกคนตอบตรงกันว่าเราต้องผนึกกำลังกับอาเซียน จับมือกับอีก 9 ประเทศ จับมือ ระหว่างอาเซียนด้วยกัน ซึ่งเราก็ต้องแข่งกันแต่ความสมดุลอยู่ตรงไหน รัฐต้องคิด เอกชนก็ต้องคิด จับมือให้เข้มข้นเข้มแข็งแข่งกันระหว่างบริษัทแต่ระหว่างกลุ่มประเทศต้องจับมือกัน เราต้องขายบริการด้วย บริการที่มีศักยภาพเช่น ดิจิตอลคอนเทนท์ ประเทศไทยไม่แพ้ใครแต่ขอให้เราส่งเสริม เด็กรุ่นใหม่ไทยเก่งเยอะ อนิเมชั่น ภาพยนตร์ เราต้องช่วยกันหนุน เอกชนต้องกล้าทำกล้านำ รัฐเป็นแบ็ค กระทรวงพาณิชย์ เข้าไปช่วยคิดช่วยทำ ต้องไม่เน้นการแข่งขันเรื่องราคาอย่างเดียวต้องเน้นคุณภาพ
 
ประเด็นที่ 4 อยากย้ำให้ภาคเอกชนเร่งศึกษาหาประโยชน์จาก FTA  และการทำสัญญาการค้าระบบพหุภาคี โดยเฉพาะ RCEP กำลังจะมีผลบังคับใช้ ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนให้สัตยาบันประเทศไทย มีกำหนดการชัดเจนแล้วว่าจะให้สัตยาบันไม่ช้ากว่าเดือนพฤศจิกายนปีนี้ หวังว่าจะบังคับใช้ได้ต้นปีหน้า เราต้องรีบศึกษาข้อตกลงว่ามีอะไรบ้างจะเป็นอุปสรรคกับธุรกิจของเรา จะได้เปรียบเรื่องอะไรบ้างโดยเฉพาะอีคอมเมิร์ซจะแทรกในทุกข้อตกลง สิ่งที่อยากเรียนความคืบหน้าที่เอกชนเรียกร้องมานาน กองทุนFTAต้องตั้งขึ้นเพื่อเยียวยา เพราะบางคนได้บางคนเสีย เพื่อช่วยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในประเทศ ไม่กี่วันนี้เราได้ลงนามถึงกระทรวงการคลังเรื่องการจัดตั้งกองทุนหลังจากผ่านแล้วจะเข้า ครม.จะได้มีกองทุน FTA ที่เราเรียกร้องมานานโดยเฉพาะภาคเอกชน
 
" ขอแสดงความยินดีกับทุกสมาคมที่ได้รับรางวัลสมาคมการค้าดีเด่น 27 สมาคม 57 รางวัล หวังว่าท่านจะปฏิบัติภาระกิจลุล่วงเป็นต้นแบบให้กับสมาคมที่ยังไม่ได้รับรางวัลมาพัฒนาตนเองต่อไป หวังว่าท่านจะเป็นแม่ทัพสำคัญอีกคนหนึ่งของประเทศที่จะทำคะแนนทางเศรษฐกิจให้กับประเทศต่อไป " นายจุรินทร์ กล่าว
พาณิชย์ลดราคาปุ๋ย ! ช่วยเกษตรกร "จุรินทร์" จับมือ 3 สมาคมปุ๋ย นำ 4.5 ล้านกระสอบ ลดราคา "บรรเทาทุกข์เกษตรกร"
 
 
วันพุธที่  11  สิงหาคม  2564
 
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประชุมติดตามการดําเนินโครงการลดราคาปุ๋ยเคมีให้แก่สถาบันเกษตรกร ณ สหกรณ์การเกษตรไทรน้อย อ. ไทรน้อย จ. นนทบุรี ผ่านทั้งระบบ Zoom conference กับผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด พาณิชย์จังหวัด เกษตรจังหวัด และสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ โดยมีผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย บริษัทเจียไต๋จำกัด สมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย สมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร สหกรณ์การเกษตรไทรน้อย เป็นต้น 
 
หลังการประชุมหารือ นายจุรินทร์ กล่าวว่า โครงการนี้ต้องการประชาสัมพันธ์ปุ๋ยราคาพิเศษที่กระทรวงพาณิชย์ร่วมมือกับกระทรวงเกษตรฯและภาคเอกชน โดยจัดเตรียมปุ๋ยราคาพิเศษไว้ทั้งโครงการประมาณ 4,500,000 กระสอบ มีทั้งสิ้น 84 สูตร และเกษตรกรสามารถแจ้งความจำนงได้ในนามของกลุ่ม กลุ่มเกษตรกร กลุ่มสหกรณ์ วิสาหกิจชุมชนการเกษตร หรือการรวมกลุ่มกเฉพาะกิจ เพื่อซื้อปุ๋ยตามโครงการนี้ในราคาพิเศษ โดยสั่งจองปุ๋ย 84 สูตรนี้ตามราคาที่กำหนดไม่รวมค่าขนส่งขึ้นอยู่กับระยะทางเพราะเป็นราคาหน้าโรงงาน สามารถแจ้งความจำนงค์ผ่านสหกรณ์จังหวัด สหกรณ์อำเภอหรือที่เกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ และเกษตรตำบล เพื่อขอซื้อปุ๋ยราคาพิเศษได้
 
" นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มโครงการมามีเกษตรกรสั่งซื้อมาแล้วประมาณ 1,000,000 กระสอบ ทยอยส่งมอบแล้วขณะนี้เหลือประมาณ 3,500,000 กระสอบซึ่งจะดำเนินการต่อไปจนกระทั่งสถานการณ์ราคาปุ๋ยจะคลี่คลายลง หรือหมด 3,500,000 กระสอบที่เหลือนี้จะขอมอบหมายให้เกษตรจังหวัด สหกรณ์จังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดช่วยดำเนินการในเรื่องนี้ให้บรรลุผลตามนโยบายและประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเกษตรกรรับทราบต่อไป" รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว
 
นายจุรินทร์ ระบุว่า ขณะนี้ที่ราคาปุ๋ยได้ปรับตัวสูงขึ้นมากเพราะแม่ปุ๋ยทั้งหมดเกือบ 100% ต้องนำเข้าจากต่างประเทศจึงขึ้นอยู่กับภาวะราคาตลาดในต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ราคาปุ๋ยสูงขึ้นเพราะต้นทุนราคาน้ำมันดิบเป็นต้นทุนสำคัญในการขนส่งสูงขึ้นประมาณ 30% และประเทศจีนที่ประเทศที่ไทยนำเข้ามาเป็นหลักได้มีการประมูลปุ๋ยให้กับประเทศอินเดียเป็นล็อตใหญ่มาก และจีนต้องเก็บปุ๋ยไว้ใช้ในฤดูหว่านไถของประเทศ ทำให้ซัพพลายในตลาดโลกลดน้อยลง และค่าระวางเรือ ค่าขนส่ง ค่าน้ำมันสูงขึ้นทำให้ราคาปุ๋ยในช่วงที่ผ่านมาสูงขึ้น จึงจัดปุ๋ยราคาพิเศษเพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถสั่งซื้อผ่านโครงการนี้ได้ต่อไป
 
ด้านร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า
ระยะเวลาดำเนินโครงการตามนโยบายรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นี้ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2564 เป็นเวลา 2 เดือนหรือจนกว่าสินค้าจะหมด โดยปุ๋ยยูเรียราคาถูกกว่าปกติเฉลี่ยตันละ 1,000 บาท และปุ๋ยยูเรียมีการตรึงราคาในล็อตแรกที่ 650 บาทต่อกระสอบ ในขณะที่ราคาตลาด 825 บาทต่อกระสอบ และล็อตถัดไป 775 บาทต่อกระสอบ 
 
นายทวีสุข เมฆธวัชชัยกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทเจียไต๋ จำกัด 
กล่าวว่า ปุ๋ยมีการนำเข้าเป็นเรือขนาดใหญ่ ปุ๋ยที่นำเข้าจากต่างประเทศมีค่าขนส่งที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันทำให้สูงขึ้นร่วมกับมีการต้องการใช้ปุ๋ยทั่วโลกมากเพิ่มขึ้น ซึ่งประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้าเกือบ 100% ปุ๋ยที่ผลิตต้องนำวัตถุดิบมาเพื่อผลิตในประเทศ  เฉพาะค่าขนส่งเพิ่มขึ้นเกินกว่าเท่าตัว ค่าปุ๋ยเกินกว่า 60% ขณะที่ราคาปุ๋ยในปัจจุบันค่อยๆปรับขึ้นตามสถานการณ์ปัจจุบันตามต้นทุนที่เปลี่ยนไป การนำเข้าเป็นการนำเข้าล่วงหน้า 30-45 วัน และอัตราแลกเปลี่ยนที่เปลี่ยนจาก 30 เป็น 33 บาท  จากการคาดการณ์ล่าสุดไตรมาสที่ 3 (ตุลาคม-ธันวาคม)ในปุ๋ยบางสูตรราคาจะต่ำลง สมาชิกสหกรณ์ดีใจมากเพราะปุ๋ยมีราคาต่ำลงแนวโน้มหลังจากนี้ 
 
รายงานกรมการค้าภายใน ระบุว่าสำหรับโครงการนี้ สถาบันเกษตรกรที่สนใจซื้อปุ๋ยราคาต่ำกว่าท้องตลาดสามารถแจ้งความต้องการซื้อได้ผ่านตามช่องทางดังนี้ 1. กรณีเป็นสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรแจ้งต่อสํานักงานสหกรณ์จังหวัดทุกจังหวัดสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่สํานักงานสหกรณ์จังหวัดตามเบอร์โทรในเว็บไซต์ https://www.cpd.go.th/cpdth2560/contact-office/email-cpd 2. กรณีเป็นสถาบันเกษตรกรอื่นๆ(ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน/วิสาหกิจชุมชน/แปลงใหญ่)แจ้งต่อสํานักงานเกษตรอําเภอ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตร โทร 02 9551515 
 
จากนั้นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ส่งมอบปุ๋ยราคาพิเศษนี้ให้กับสหกรณ์การเกษตรไทรน้อย จังหวัดนนทบุรีเป็นตัวอย่าง นอกจากนั้นก็ได้ทำความเข้าใจกับทุกจังหวัดทั้งนี้เพื่อการดูแลเกษตรกรตามโครงการ โดยการประชุมครั้งนี้มี นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายบุณย์ธีร์ พานิชประไพ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เข้าร่วมด้วย
“จุรินทร์” ตรวจห้าง!!! สั่งพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศลุยเข้มราคาสินค้า ส่วน”แม็คโคร”ยันของพอทุกที่ไม่มีขาด
 
 
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้เข้าตรวจสถานการณ์ราคาสินค้า ณ ห้างแม็คโคร สาขาสามเสน บางกระบือ ถนนสามเสน กรุงเทพมหานคร พร้อมให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวภายหลังการตรวจเยี่ยมขบวนคาราวานรับ “ถุงน้ำใจ ปชป. ส่งผู้รอเตียง” 
 
โดยนายจุรินทร์ กล่าวว่า
 
ขณะนี้มีห้างสรรพสินค้าที่ช่วยนำมังคุดจากปักษ์ใต้ที่มีผลผลิตออกมามากในขณะนี้มาช่วยขายในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศถือว่ามีส่วนช่วยอย่างมากเพราะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยระบายตลาดภายในประเทศ และช่วยให้ราคาหน้าสวนที่เกษตรกรขายได้ราคาดีขึ้น อย่างแม็คโครรับซื้อหน้าสวนมังคุดกิโลกรัมละ 17 บาท และมีหลายฝ่ายที่ให้ความร่วมมือทางภาคเอกชน เช่น เติมน้ำมันที่ปั๊ม ปตท. บางจาก ได้รับแจกมังคุดฟรี 
 
นอกจากนี้ยังมีบริษัทไปรษณีย์ไทย ร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อช่วยระบายมังคุดจากเกษตรกรโดยตรงส่งไปยังผู้บริโภคทั่วประเทศผ่านช่องทางไปรษณีย์ โดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้สนับสนุนกล่องที่บรรจุให้ฟรี หากกลุ่มเกษตรกร หรือสหกรณ์รายใดต้องการกล่องบรรจุ ก็สามารถติดต่อให้ไปรษณีย์นำกล่องมาส่งที่กลุ่มหรือสหกรณ์ได้ เมื่อบรรจุแล้วสามารถนำส่งที่ไปรษณีย์ได้เลย 
 
รมว.พาณิชย์ระบุว่า ในเรื่องการกระจายผลไม้เพื่อตลาดภายใต้ประเทศนั้น มีหัวใจสำคัญที่สุด 2 มาตรการที่ส่งผลให้มีการรับซื้อมังคุดเพิ่มขึ้น 
มาตรการที่หนึ่ง กระทรวงพาณิชย์มีมาตรการเชิงรุกนำห้างสรรพสินค้ารวมทั้งซัพพลายเออร์ต่างๆ ช่วยรับซื้อทำสัญญาล่วงหน้าเพื่อซื้อมังคุดจากเกษตรกรก่อนที่ผลผลิตจะออก ซึ่งขณะนี้ได้มีการทำสัญญาไปแล้ว 20,000 ตัน ช่วยระบายในราคาที่เกษตรกรพอใจ 
 
และมาตรการที่สอง การมีล้งเข้าไปรับซื้อในพื้นที่ เนื่องจากสถานการณ์ก่อนหน้านี้มีปัญหามากเพราะช่วงที่มังคุดมีผลผลิตในภาคตะวันออก มีล้งอยู่ที่ภาคตะวันออกจำนวนมากและช่วยให้เกษตรกรขายมังคุดได้ราคาดี โดยมังคุดคัดเกรดกิโลละ 100-200 บาทโดยเฉลี่ย แต่เมื่อผลผลิตมังคุดปักษ์ใต้ออกในช่วงเดือนกรกฎาคม มีการประกาศล็อกดาวน์พอดี ทำให้ล้งจากภาคตะวันออกไปรับซื้อที่ปักษ์ใต้ไม่ได้ ตนจึงได้เรียกประชุมล้งทั่วประเทศ และเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ชุมพร และจันทบุรีมาเข้าสายคุยกัน 3 จังหวัด เพื่อร่วมกันหาทางเคลื่อนย้ายล้งจากจันทบุรีไปปักษ์ใต้ ซึ่งขณะนี้เฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้ว่าราชการจังหวัดได้รายงานว่ามีล้งกว่า 200 รายแล้ว ทำให้การระบายมังคุดลื่นไหลขึ้น ทำให้ราคามังคุดเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 5-7 บาท เป็น 13-15 บาทแล้ว ซึ่งจะเดินหน้าทำต่อไป พร้อมกับขอความร่วมมือทุกจังหวัดที่มีการขนส่งมังคุดกระจายไปยังทั่วประเทศให้อำนวยความสะดวกให้สามารถผ่านด่านได้โดยสะดวกภายใต้ปฏิบัติตามกติกาโควิดของแต่ละพื้นที่
 
สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคนั้น รมว.พาณิชย์ระบุว่า เมื่อมีการล็อกดาวน์ช่วงแรกๆ ในช่วงต้นปี ประชาชนอาจจะตื่นตระหนกกังวล ทำให้สินค้าขาดไปจากชั้นวาง แต่ตอนนี้คลี่คลายลงเนื่องจากผู้บริโภคเริ่มเรียนรู้และเข้าใจว่า ไม่ต้องกังวลว่าสินค้าจะขาดแคลนและผู้บริหารแม็คโครยืนยันว่าสินค้าสำคัญหลายชนิดสามารถเติมเต็มชั้นวางได้เพียงพอ เช่น ไข่ไก่ แม้จะมีบางช่วงที่เติมชั้นวางไม่ทัน แต่เชื่อว่าปริมาณไข่ยังมีเพียงพอต่อความต้องการเฉลี่ยทั้งประเทศ หากในอนาคตประสบปัญหาขึ้นทางกระทรวงพาณิชย์ก็จะมีมาตรการมาแก้ปัญหา นอกจากนี้เมื่อเทียบกับในช่วงหลายเดือนก่อนที่ประสบปัญหาหมูแพง ช่วงนี้ราคาก็ลดลงแล้ว 
 
รมว.พาณิชย์ ย้ำว่า ที่สำคัญในเรื่องปริมาณ ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าวิตกกังวล และไม่ต้องซื้อตุน ตอนนี้ไข่ไก่เบอร์ 3 ฟองละ 3.50 บาท แม้จะสูงขึ้นกว่าหลายเดือนที่ผ่านมา แต่เนื่องจากราคาขึ้นอยู่กับฤดูกาลว่าช่วงไหนไข่ออกน้อยออกมากเกี่ยวข้องกับกลไกตลาดและหากมีการค้ากำไรเกินควรในสินค้าตัวไหนก็ตาม ตนก็ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดใช้มาตรา 29 ดำเนินการกับผู้ค้ากำไรเกินควร มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยสินค้าจะต้องปิดป้ายแสดงราคาถ้าไม่ปิดก็ปรับไม่เกิน 10,000 บาท 
 
นอกจากนี้ในประเด็นภาพรวมที่เกินกำลังของกระทรวงพาณิชย์ คือเรื่องแรงงานสำหรับกระจายสินค้าอุปโภคบริโภค รวมไปถึงการสัญจรเพื่อขนสินค้ากระจายไปทั่วประเทศ ที่ทุกจังหวัดต้องให้ความร่วมมืออำนวยความสะดวกเพื่อให้สินค้าอุปโภคบริโภคสามารถข้ามแดนจังหวัดได้โดยสะดวก เพราะหากติดขัดมากๆ ทำให้ขนส่งข้ามจังหวัดไม่ทันจะทำให้ของอาจจะเน่าเสียหรือส่งไปยังจุดกระจายสินค้าได้ช้าลง 
 
ด้านนางศิริพร เดชสิงห์  รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการสื่อสารองค์กร บริษัทสยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวยืนยันว่า แม็คโคร ทั้ง 39 สาขาทั่วประเทศ มีสถานการณ์ปกติโดยเฉพาะสินค้าที่จำเป็นสำหรับอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในการดำรงชีวิตเช่นน้ำดื่ม ไข่ไก่ แม้จะมีการระดมกันซื้อตามกระแส แต่ก็ไม่ได้ขาดแคลน ยังมีปริมาณอย่างเพียงพอ รวมทั้ง อาหารแช่แข็ง   เนื้อไก่ เนื้อหมู น้ำมันปาล์ม เป็นต้น โดยเฉพาะสินค้าทุกอย่างที่ใช้ในครัวเรือนได้มีการเตรียมสต็อคไว้อย่างเต็มที่ มีความเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนคนไทยแน่นอน
 
หลังจากนั้นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เดินตรวจเยี่ยมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในห้างสรรพสินค้าแม็คโคร และทักทายกับประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้าอย่างเป็นกันเอง
"ไลฟ์สดขายมังคุด" จุรินทร์ จับมือ ช่อง5 "รณรงค์กินมังคุดช่วยชาวสวน" สั่งผ่านแพลทฟอร์ม Ohlala รุก "แก้ทุกทางทั้งตลาดภายในและส่งออก"
 
วันที่ 29 กรกฎาคม 2564 เวลา 9.30 น.
 
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ พลโทรังษี กิติญาณทรัพย์ กรรมการผู้อำนวยใหญ่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 "ไลฟ์สด" ขายมังคุดผ่าน"โครงการกระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าภายใน ร่วมใจ กองทัพบก ช่วยชาวสวนมังคุดใต้” ณ สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ถนนพหลโยธิน พญาไท กรุงเทพมหานคร
 
นายจุรินทร์ กล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้เกิดปัญหามังคุดภาคใต้ออกมากในช่วงปัญหาโควิดลุกลามพอดีและเกิดปัญหาการล็อกดาวน์ในพื้นที่หลายจังหวัดทำให้ล้งจากภาคตะวันออกไม่สามารถเดินทางไปรับซื้อที่แหล่งผลิตใหญ่โดยเฉพาะที่สำคัญเช่น นครศรีธรรมราช ชุมพร สุราษฎร์ธานีและจังหวัดในภาคใต้อื่นๆ กระทรวงพาณิชย์จึงร่วมมือกันกับหลายภาคส่วนในการช่วยแก้ปัญหามีมาตรการเชิงรุกเดินหน้า เช่น ช่วยกลุ่มที่รับซื้อมังคุดกิโลกรัมละ 3 บาทเพื่อให้ชาวสวนสามารถขายมังคุดได้ราคาเพิ่มขึ้น และผู้ส่งออกช่วยกิโลกรัมละ 5 บาท รวมทั้งประสานงานกับโมเดิร์นเทรดในการจัดพื้นที่ขายมังคุดเป็นพิเศษรณรงค์ให้ประชาชนบริโภคมังคุดช่วยชาวสวนมากขึ้นและการทำเกษตรพันธสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตั้งเป้า 20,000 ตัน ขณะนี้เซ็นสัญญาไปได้แล้ว 17,600 ตัน และจับมือกับแพลตฟอร์มสำคัญ เช่น ohlala ของ ททบ.5 ในการรณรงค์ให้พี่น้องชาวไทยช่วยบริโภคมังคุดหรือสั่งซื้อมังคุดนำไปบริโภคหรือส่งต่อให้ญาติที่จังหวัดไหนก็ได้โดยไปรษณีย์ไทยจะเป็นตัวกลางในการประสานงานกับชาวสวนใส่กล่องที่ไปรษณีย์และจะไปส่งให้ตามที่ท่านสั่ง วันนี้ขายผ่านแพลตฟอร์ม ohlala กิโลกรัมละ 30 บาท จะมีส่วนในการช่วยเกษตรกรชาวสวนมังคุดได้มากในการระบายไปยังตลาดในประเทศ ส่วนตลาดต่างประเทศขอให้เป็นหน้าที่ตนกับผู้ส่งออกและกระทรวงพาณิชย์รวมทั้งกระทรวงเกษตรฯ สำหรับผู้ที่สนใจซื้อกับ ททบ.5 สามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 061-418-8256 หรือแอดไลน์ TV5m
 
" ราคาเริ่มกระเตื้องขึ้นเพราะล้งจากจังหวัดจันทบุรีได้เข้าไปรับซื้อจากนครศรีธรรมราชชุมพรและจังหวัดอื่นๆมากขึ้น เมื่อวานตนได้ประชุมหารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ชุมพร จันทบุรีและล้งรวมทั้งผู้ประกอบการขนส่งทั่วประเทศ ทุกฝ่ายจะร่วมกันอำนวยความสะดวกในการเข้าไปรับซื้อสถานการณ์จะดีขึ้นหลังจากนี้ โดยการส่งออกก่อนหน้านี้ไม่มีปัญหาในเดือนมิถุนายนผลไม้ส่งออกของเราขยายตัว 185% โดยเฉพาะมังคุดขยายตัวถึง 488% มาติดขัดช่วงล็อกดาวน์ที่กระทบเพราะตอนจังหวัดจันทบุรีคล่องตัวมากราคาดีมากเกรดเอกิโลกรัมละ 100-200 บาท แต่เมื่อภาคใต้ออกเจอปัญหาโควิดพอดี " นายจุรินทร์ กล่าว
ผู้สูงอายุเฮ !!! “จุรินทร์” สั่งคืนเบี้ยยังชีพซ้ำซ้อนและจ่ายเงินช่วยตามบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ผู้สูงอายุ 4.7 ล้านคน พร้อมขยายโครงการพักหนี้คนแก่ให้อีก 6 เดือนถึง มี.ค.65
 
 
วันที่ 30 กรกฎาคม 2564 เวลา 10.30 น.
 
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2564 ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการโสมสวลี ชั้น 11 สํานักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยส่วนหนึ่งของผู้เข้าร่วมประชุมใช้ระบบ conference โดยมีนางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกรัฐบาล เข้าร่วมด้วย
 
หลังการประชุม นายจุรินทร์ เปิดเผยว่า มีประเด็นสำคัญ 5 ประเด็น คือ 
 
ประเด็นที่1 ที่ประชุมให้ความเห็นชอบให้จ่ายเงินให้กับผู้สูงอายุผู้มีรายได้น้อย ที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท จำนวน 100 บาทและมีรายได้ 30,000 ถึงไม่เกิน 100,000 บาท เป็นจำนวน 50 บาท สำหรับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยที่ผ่านมาได้มีการค้างการจ่ายเงินให้กับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย เป็นเวลา 4 เดือนตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงกันยายน 2563 วันนี้ที่ประชุมมีมติให้จ่ายเงินย้อนหลังให้กับผู้สูงอายุที่ค้างจ่ายอยู่จำนวน 4,700,000 รายทั่วประเทศและมีมติเห็นชอบให้จ่ายเงินให้กับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปี 2564 โดยให้จ่ายเป็นเวลา 1 ปี รวม 6 งวด โดยจ่ายเดือนเว้นเดือน ซึ่งมีอยู่จำนวน 4,700,000 ราย
 
ประเด็นที่2 การจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุซ้ำซ้อนซึ่งเป็นประเด็นก่อนหน้านี้ สำหรับผู้สูงอายุที่รับเงินไปแล้วจะทำอย่างไร ได้มีการถามไปยังกฤษฎีกาได้ตอบกลับมาแล้วว่าให้สามารถดำเนินการได้ ถ้าผู้สูงอายุท่านใดจ่ายเงินกลับคืนมาให้จ่ายกลับไปยังผู้สูงอายุโดยให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวข้องจ่ายเงินคืนไปให้ผู้สูงอายุ สำหรับการดำเนินการกรณีเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในอนาคตได้มีการตั้งอนุกรรมการชุดหนึ่งเพื่อพิจารณาดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็วภายใน 1 เดือนตามที่กฤษฎีกาแนะนำมาเบื้องต้น จากนั้นจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่รับเบี้ยยังชีพซ้ำซ้อนมีอยู่ 15,000 ราย 
 
ประเด็นที่3 ก่อนหน้านี้มีการจัดโครงการชำระหนี้ให้กับผู้สูงอายุที่เป็นหนี้กองทุนผู้สูงอายุและจะครบกำหนดวันที่ 30 กันยายน 2564 ที่ประชุมมีมติให้ต่ออายุพักชำระหนี้ผู้สูงอายุไปอีกหกเดือนจนถึงเดือนมีนาคมปี 2565
 
ประเด็นที่4 ที่ประชุมให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการผู้สูงอายุระยะยาวตั้งแต่ปี 2566-2580 ที่จะเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป
 
" และ ประเด็นที่5 ที่ประชุมขอให้ตนเรียนให้ผู้สูงอายุทั่วทั้งประเทศได้รับทราบว่าคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติเป็นห่วงเป็นใยผู้สูงอายุทุกคนโดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้สูงอายุทุกท่านขอความกรุณาให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาโควิดกรุณาอำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุที่เข้าไปขอรับบริการเป็นกรณีพิเศษด้วย " รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว
ส่งออก มิ.ย.ทำ”นิวไฮ ใหม่” ในรอบ 11 ปี +43.82% “จุรินทร์”เร่งเครื่องครึ่งปีหลัง จัดหนักกว่า 130 กิจกรรม ทำยอดขายล่วงหน้าแล้วกว่า 20,000 ล้านบาท
 
 
 
วันที่ 23 กรกฎาคม 2564 เวลา 10.00 น.
 
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายภูษิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ 
ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ แถลงข่าวตัวเลขการส่งออกเดือนล่าสุด ณ ห้องประชุมกิติยากรวรลักษณ์ ชั้น 4 สํานักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์
 
นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตัวเลขการส่งออกเดือนมิถุนายน 2564
มูลค่าการส่งออกในเดือนมิถุนายน มีมูลค่า 23,699.43 ล้านเหรียญสหรัฐฯหรือคิดเป็นเงินไทย 738,135.34 ล้านบาท ขยายตัวมากถึง 43.82% ซึ่งถือว่าเป็นนิวไฮใหม่ ที่สูงสุดในรอบ 11 ปี สินค้าสำคัญที่มีอัตราการขยายตัวสูง 1.ผลไม้ขยายตัว 185.10% 2.อัญมณีและเครื่อง ด้วยมูลค่า ประดับ ขยายตัว 90.48% 3.รถยนต์และอุปกรณ์ชิ้นส่วนยานยนต์ ขยายตัว 78.5% 4.เครื่องจักรกล ขยายตัว 73.13% และ5.เคมีภัณฑ์ขยายตัว 59.82% เป็นต้น สำหรับผลไม้ที่ขยายตัวสูงสุดถึง 185.10% เป็นทุเรียนขยายตัวถึง 172% มังคุดขยายตัว 488.26% เป็นต้น
 
ในหมวดสินค้าต่างๆนั้นสินค้าด้านการเกษตรยังมีอัตราการขยายตัวที่สูงมากถึง 59.8% และมีอัตราการขยายตัวสูงสุดในรอบ 10 ปีสามารถทำรายได้เข้าประเทศถึง 71,473.5 ล้านบาท ถือเป็นการขยายตัว 9 เดือนต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งยางพาราขยายตัวถึง 111.9% ผักผลไม้ทั้งสด แช่เย็นแช่แข็งแปรรูป ขยายตัว 110.2% โดยเฉพาะมันสำปะหลังขยายตัวถึง 81.5 % เดือนมิถุนายนนั้นตลาดสำคัญทั้งตลาดหลักตลาดรองมีอัตราการขยายตัวทุกตลาดโดยตลาดหลักขยายตัวถึง 41.2% ประกอบด้วยจีน ญี่ปุ่น สหรัฐฯ สหภาพยุโรป  CLMV อาเซียน เป็นต้น ตลาดรองขยายตัวถึง 49.5% ทั้งเอเชียใต้ อินเดีย ศรีลังกา บังกลาเทศ ตลาดตะวันออกกลาง แอฟริกา  ลาติน ออสเตรเลีย เป็นต้น
 
รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวต่อว่า แผนงานในครึ่งปีหลังกระทรวงพาณิชย์จะเดินหน้าทำตัวเลขให้ได้ดีที่สุดนำตัวเลขเข้าประเทศให้ได้มากที่สุด โดย ประการที่1 กระทรวงพาณิชย์จะจับมือกับภาคเอกชนเดินหน้าทำงานร่วมกันแก้ไขปัญหาอุปสรรคในรูป กรอ.พาณิชย์ และใช้ทั้งทีมเซลล์แมนจังหวัดและทีมเซลล์แมนประเทศ เป็นแม่ทัพร่วมกับภาคเอกชนในการเดินหน้าการส่งออกต่อไป โดย 1.ขณะนี้ได้มีการเตรียมกิจกรรมต่างๆเพื่อส่งเสริมการส่งออกมากกว่า 130 กิจกรรมในครึ่งปีหลัง ซึ่งมีการทำยอดขายสั่งจองล่วงหน้าแล้วไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท 2.จะเร่งเปิดตลาดใหม่ที่เป็นรูปธรรมเพื่อให้ปรากฏตัวเลขชัดเจนเพิ่มขึ้นต่อไป เช่น ตลาดซาอุดิอาระเบีย ซึ่งโอกาสที่ประเทศไทยจะสามารถส่งออกไก่สดแช่เย็นแช่แข็งไปยังตลาดซาอุดิอาระเบียมีความเป็นไปได้มาก และตนได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์ที่รับผิดชอบได้ติดตามรายงานทุกสัปดาห์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมปศุสัตว์ ดำเนินการเจรจารวมทั้งการเตรียมการเอกสารต่างๆกก็มีการเป็นไปได้จริงโดยเร็วที่สุด และสำหรับตลาดลาตินอเมริกา แม้เส้นทางจะไกลและเราเสียเปรียบคู่แข่งหลายประเทศค่าขนส่งจะแพง แต่เป็นเป้าหมายที่กระทรวงพาณิชย์จะจับมือกับภาคเอกชนในการบุกตลาดลาตินอเมริกา สินค้าที่คิดว่ามีโอกาสเกิดได้ เช่น สินค้า New Normal ทั้งอาหารเกี่ยวกับสุขภาพ อาหารรูปแบบใหม่ อาหารกระป๋อง เป็นต้น สินค้าที่จะมีอนาคตในตลาดลาตินอเมริกาคือชิ้นส่วนยานยนต์เพราะที่นั่นมีรถต้องซ่อมแซมหรือใช้แล้วจำนวนมาก เป็นต้น 
 
"ซึ่งจำเป็นต้องจับมือกับภาคเอกชนในการแก้ไขปัญหาร่วมกันโดยเฉพาะในเดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม ประเด็นที่หนึ่งจะต้องยื่นมือเข้าไปช่วยในภาคการผลิตเพื่อให้คงตัวเลขส่งออก หรือให้มีสินค้าในการสนองความต้องการตลาดโลกได้ต่อไป ปัญหาภาคการผลิตในช่วงเดือนกรกฎาคมเช่น บางจังหวัดสั่งปิดโรงงานแบบเหมารวม จะต้องมีการพิจารณาให้รอบคอบส่วนไหนที่มีปัญหาก็ปิดโซนนั้น โซนไหนที่ไม่มีปัญหาควรให้เปิดดำเนินการต่อไปได้ หรือถ้ามีการปิดทั้งโรงงานส่วนไหนที่แก้ไขปัญหาจบแล้วก็ควรจะเปิดให้ดำเนินการผลิตต่อไป เพื่อไม่ให้ภาคการผลิตหยุดชะงักและกระทบกับการส่งออก ซึ่งตนจะเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้าต่อไป " นายจุรินทร์ กล่าว 
 
ประเด็นที่2 เรื่องแรงงานภาคเอกชนเรียกร้องให้มีแรงงานเข้าสู่ระบบมากขึ้นในช่วงที่เรากำลังทำตัวเลขส่งออกซึ่งเราได้รับความร่วมมือจากกระทรวงแรงงานในการเร่งรัดขึ้นทะเบียนแรงงานที่หมดอายุโดยตนขอให้กระทรวงแรงงานจัดศูนย์ One Stop Service เพื่อรับขึ้นทะเบียนแรงงานหมดอายุในจุดต่างๆเพื่อความรวดเร็วจะได้นำมาใช้ในภาคการผลิตต่อไป ประเด็นที่3 เร่งกระจายวัคซีนเข้าสู่ภาคการผลิตโดยเฉพาะโรงงานที่ผลิตเพื่อการส่งออกตนได้เรียนในคณะรัฐมนตรีแล้วเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาท่านนายกตอบรับและสั่งการให้พิจารณาเรื่องนี้ต่อไปเพื่อไม่ให้กระทบภาคการผลิตที่จะส่งผลต่อตัวเลขการส่งออกในเดือนกรกฎาคมและเดือนสิงหาคม
 
ทางด้าน นายภูษิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า  กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การส่งออกรายสินค้านอกจากสินค้าเกษตรที่ขยายตัวถึง 59.8% สูงสุดในรอบ 10 ปี กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรก็ขยายตัว 13.5% และสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัว 44. 7% ในส่วนของสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่ขยายตัวต่อเนื่อง 22 เดือน คือ หมวดอาหารสัตว์เลี้ยงขยายตัว 27.7% น้ำตาลทรายกลับมาขยายตัวในรอบ 15 เดือนที่ 18.8% แสดงให้เห็นว่าสินค้าในทุกกลุ่มทั้งสินค้าเกษตรสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวทุกตลาดทั้งตลาดหลัก ตลาดรอง ตลาดส่งออก 50 อันดับแรกซึ่งมีสัดส่วน 97% ของมูลค่าการส่งออกรวมของไทยขยายตัวทุกตลาด อย่างไรก็ตามอัตราการขยายตัวนี้เป็นผลจากการดำเนินงานส่งเสริมการส่งออกที่ทำอย่างต่อเนื่องรวมทั้งได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของภาคการผลิตสะท้อนจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตโลกอยู่เหนือระดับ 50 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 โดยผลผลิตคำสั่งซื้อสินค้าใหม่และการจ้างงานในหลายประเทศล้วนเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในประเทศคู่ค้าสำคัญ เช่น สหรัฐอเมริกา และยุโรป และปัจจัยเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องก็ช่วยส่งเสริมภาคการส่งออกของไทยด้วย ทั้งนี้ด้านสินค้าส่งออกที่ขยายตัวที่น่าสนใจคือ สินค้าเกษตรและอาหาร โดยเฉพาะผักและผลไม้ ยางพารา ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง น้ำมันปาล์ม น้ำตาลทราย ไก่สดแช่เย็น แช่แข็งและแปรรูป เครื่องดื่ม อาหารสัตว์เลี้ยง สิ่งปรุงรส เป็นต้น
“จุรินทร์” จับมือ หอการค้าไทย จัดงาน “ภูเก็ต จิวเวลรี่แฟร์” ก.ย.64 พร้อมเร่งวัคซีนอีก 6.3 หมื่นโดสให้พังงา ก่อนเปิด “อันดามัน แซนด์บ็อกซ์” ภูเก็ต-พังงา-กระบี่ ต่อไป
 
 
 
 
วันที่ 22 กรกฎาคม 2564 เวลา 13.15 น.
 
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
 
ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) ครั้งท่ี 3/2564 ผ่าน ZOOM Cloud Meetings ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการโสมสวลี ชั้น 11 สํานักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์
 
 
นายจุรินทร์ กล่าวว่า ในการประชุมวันนี้ตนได้แจ้งให้ที่ประชุม ศบศ. ทราบว่ากระทรวงพาณิชย์ได้จับมือกับสภาหอการค้าไทยและสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ จัดงาน Phuket Jewelry Fair ในช่วงเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ โดยมีเป้าหมายที่จะช่วยประชาสัมพันธ์”ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาซื้ออัญมณีและเครื่องประดับ รวมทั้งดึงผู้นำเข้าจากต่างประเทศเดินทางเข้ามาด้วย ซึ่งการจัดงานนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการส่งออกและการท่องเที่ยวในเวลาเดียวกัน
โดยกำหนดการจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง ขณะนี้อยู่ในช่วงการประชุมร่วมกันในรายละเอียดกับสภาหอการค้าและสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ 
       นอกจากนั้นขณะนี้ถือว่าเป็นข่าวดีที่ภูเก็ตฉีดวัคซีนครบตามเป้าหมายแล้วจึงเปิดโครงการ ”ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” ได้ ในขณะเดียวกันจังหวัดกระบี่ก็ฉีดวัคซีนได้ครบตามเป้าหมายในพื้นที่ที่จะเปิดการท่องเที่ยวได้แล้วเช่นกันคือที่ เกาะพีพี เกาะไหงและอ่าวไร่เลย์ ส่วนจังหวัดพังงายังขาดวัคซีนอยู่อีก 63,000 โดสจึงจะเปิดพื้นที่การท่องเที่ยวบางส่วนได้ เริ่มที่เขาหลัก เกาะยาวน้อย เกาะยาวใหญ่ 
 
"วันนี้ตนจึงขอให้มีการกำชับให้มีการเร่งส่งวัคซีนให้จังหวัดพังงาให้ครบตามเป้าหมาย เพื่อจะได้เปิดพื้นที่การท่องเที่ยว”อันดามัน แซนด์บ็อกซ์” 3 จังหวัด คือ ภูเก็ต กระบี่ พังงาได้ ในวันที่ 1 สิงหาคม 2564 ตามกำหนดเวลาเดิม ซึ่งเหลือเวลาฉีดวัคซีนให้กับจังหวัดพังงาอีกประมาณหนึ่งสัปดาห์ โดยท่านนายกรับที่จะกำชับให้อีกทางหนึ่ง ส่วนเป้าหมายที่จะเปิดพื้นที่การท่องเที่ยวจังหวัดพังงาต่อไป คือ อ่าวพังงา โดยได้มอบให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยรับไปพิจารณาต่อไป" นายจุรินทร์ กล่าว
 
จุรินทร์ หนุน องค์การเภสัช เร่งนำเข้า Test Kit ขายราคาถูก ส่วน สปสช.แจกฟรีให้ประชาชน
 
 
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์  รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
 
ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน ด้านการพาณิชย์ (กรอ.พาณิชย์) ครั้งที่ 2/2564 ผ่านระบบ VDO conference ณ ห้องประชุมกิติยากรวรลักษณ์ชั้น 4 สํานักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ 
 
นายจุรินทร์ กล่าวว่า
 
ขณะนี้กำลังรอต้นเรื่องจากกระทรวงสาธารณสุข ถ้ากระทรวงสาธารณสุขมีความจำเป็นต้องควบคุมราคากระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการให้ทันที โดยข้อเท็จจริงขณะนี้สำหรับ Antigen Test Kit เพิ่งมีประกาศของกระทรวงสาธารณสุข อนุญาตให้นำไปใช้กับตนเองได้หรือที่เรียกว่า home use ขณะนี้ยังไม่ได้มีการดำเนินการในทางปฏิบัติจริงเพราะ อย.ยังรอรับขึ้นทะเบียนจากผู้ที่ประสงค์จะนำเข้า และจะต้องอนุญาตก่อนจึงสามารถไปจำหน่ายในร้านขายยาที่มีเภสัชกรได้ เท่าที่ตนติดตามล่าสุดยังไม่ได้มีการดำเนินการถึงขั้นที่ อย.อนุญาตแล้วไปจำหน่าย 
อย่างไรก็ตาม Test Kit มีหลายคุณภาพ หลายมาตรฐานและต้นทุนนำเข้าคาดว่าจะมีความแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นกระทรวงสาธารณสุขจึงควรเป็นต้นเรื่องในการวินิจฉัยเบื้องต้นได้ว่าคุณภาพ มาตรฐานไหนเป็นอย่างไร ราคาเบื้องต้นควรเป็นอย่างไรกระทรวงพาณิชย์พร้อมทำงานร่วมกันในการให้ความร่วมมือหากจำเป็นต้องควบคุมราคาก็ยินดีดำเนินการให้
ข้อเสนอนโยบายความเห็นของตน ตนคิดว่าระหว่างนี้เราควรเร่งรัดให้มีการนำเข้าให้มากที่สุด เพราะเป็นความจำเป็นในการให้ประชาชนสามารถตรวจโควิดได้ด้วยตนเองเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องโควิด หน่วยงานของรัฐอย่างน้อย 2 หน่วยที่ควรเร่งรัดนำเข้า 1.องค์การเภสัช หากต้องจำหน่ายควรนำเข้ามาในจำหน่ายในราคาที่ถูกที่สุดเพื่อกำหนดเป็นราคาชี้นำตลาด 2.สปสช.ซึ่งมีงบประมาณอยู่แล้ว หากจะเร่งนำเข้ามาเพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนฟรีจะเป็นประโยชน์ในการช่วยให้ประชาชนทั่วทั้งประเทศหรือผู้ที่มีความจำเป็นสามารถเข้าถึงและนำไปใช้ตรวจได้ด้วยตนเองเท่ากับเป็นการช่วยคัดกรอง “แยกปลาออกจากน้ำ” ไม่ให้คนที่มีความเสี่ยงหรือตรวจเบื้องต้นแล้วพบว่าอาจจะติดเชื้อด้วย Test Kit ไปปนกับคนที่ไม่ป่วยจะช่วยแก้ปัญหาได้มาก 
ขอเสนอให้ 2 หน่วยงานนี้เร่งนำเข้ามาส่วนการอนุญาตภาคเอกชนเป็นเรื่องที่ อย.ต้องดำเนินการตามความเหมาะสมหรือตามทฤษฎีของ อย.ว่าคุณภาพมาตรฐานได้หรือไม่ จะอนุญาตหรือไม่อนุญาตอย่างไร การคุมราคาจะเป็นเรื่องที่ตามมาซึ่งไม่ยาก โดยจะต้องไม่เป็นการสกัดการนำเข้าเพราะเราอยากเห็นการนำเข้า โดย Test kit เกือบทั้งหมดต้องนำเข้า ที่มีข่าวว่าผลิตในประเทศไทยเท่าที่ดูตัวเลขอย่างน้อยมากมีเพียงแห่งเดียวเท่าที่ตนติดตามจากข่าว
จุรินทร์ ดูแล ผู้ส่งออก เพิ่มสัดส่วนผู้ประกอบการรายจิ๋วรับสิทธิประโยชน์ส่งออก พร้อมขยายกลยุทธ์เมกะเทรนด์ ดึง BCG ตอบวาระชาติ
 
 
นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วันนี้ (21 ก.ค. 64) ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ครั้งที่ 2/2564 ซึ่งมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบให้เพิ่ม "บุคคลธรรมดาที่มีอนาคตเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่" เข้าไปในรายละเอียดกลุ่มเป้าหมายประเภทของผู้ประกอบการที่กองทุนฯ ส่งเสริมและสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงเพิ่มการส่งเสริม “ในยุค New Normal” เข้าไปในเป้าประสงค์ของกองทุนฯ อีกด้วย
 
นอกเหนือจากนี้ ยังมีการเพิ่มกลุ่มสินค้าและบริการ “เมกะเทรนด์” มี BCG Economy (Bio-Circular-Green Economy) หรือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเมกะเทรนด์ เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติอีกด้วย
 
นางมัลลิกา กล่าวเพิ่มเติมว่า ประธานได้สั่งการที่ประชุมเรื่องนโยบายในการพัฒนาศักยภาพทางการตลาดให้กับภาคการผลิตฐานราก ทั้ง SME และ Micro SME ว่ากองทุนฯ จะต้องจัดเกณฑ์การคัดเลือกผู้ประกอบการในการเข้าร่วมโครงการต่างๆ โดยสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กและรายย่อมให้ได้ไปเปิดตลาดในต่างประเทศ โดยจะต้องมีจำนวนผู้ประกอบการขนาดข้างต้นได้รับการพิจารณาคัดเลือกเข้าร่วมโครงการต่างๆ ที่ได้รับการจัดสรรเงินโดยกองทุนฯ อย่างน้อยร้อยละ 10-15 และตนจะติดตามผลการดำเนินการดังกล่าวในการประชุมครั้งต่อไป
จุรินทร์ กดปุ่ม "พาณิชย์ลดราคา ! ช่วยประชาชน Lot 12 ออนไลน์" ลุยลดกว่า 12,600 รายการ สูงสุด 85%
 
 
วันที่ 30 มิถุนายน 2564 เวลา 10.30 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ดร. สรรเสริญ สมะลาภา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายบุณย์ธีร์ พานิชประไพ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน และภาคเอกชน ร่วมแถลงข่าวโครงการพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน Lot 12 (Online) ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์โดยนายจุรินทร์เป็นประธาน 
 
นายจุรินทร์ กล่าวว่า โครงการพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน Lot 12 Online ถือเป็นการลดราคาสินค้าและบริการทั้งหมดรวม 6 กลุ่มด้วยกัน ตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 31 กรกฎาคม เป็นเวลา 1 เดือนเต็มคาดว่าพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน (Online) Lot 12 นี้จะช่วยลดค่าครองชีพได้ให้กับพี่น้องประชาชนที่มาใช้บริการซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ได้ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท และจะมีผลในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท สำหรับสินค้าและบริการที่จะลดราคาออนไลน์ 6 กลุ่ม ประกอบด้วย 
 
กลุ่มที่ 1 กลุ่มการขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม ซึ่งมี 4 แพลตฟอร์มที่เข้าร่วมโครงการ 1.Lazada 2.Shopee 3.Ohlala 4.JJ Mall โดยจะลดราคาสินค้าสูงสุด 30% และ Lazada จะลดค่าจัดส่งสำหรับ 3 ชิ้นขึ้นไปลด 30 บาท ถ้าซื้อครบ 99 บาทขึ้นไปจะลดค่าจัดส่ง 40 บาท 
 
กลุ่มที่ 2 กลุ่มให้บริการจัดส่งสินค้า ประกอบด้วย เคอรี่ Grab Lalamove DHL และไปรษณีย์ไทย โดยจะลดค่าบริการจัดส่งสูงสุด 77% และลดค่ากล่อง 38%
 
กลุ่มที่ 3 กลุ่มฟาสฟู๊ด มีบริษัทเข้าร่วม 4 บริษัท 1.Burger King 2.Pizza Hut 3.The Pizza Company 4.KFC ลดค่าอาหารสูงสุดถึง 50% มีอาหารทั้งหมด 23 รายการ
 
กลุ่มที่ 4 กลุ่มให้บริการอินเตอร์เน็ตมี 4 ราย 1.ทรู 2.AIS 3.DTAC และ 4.โทรคมนาคมหรือ NT สำหรับทรู AIS และ DTAC จะลดค่าบริการมือถือเหลือ 75 บาทต่อเดือน ส่วน NT จะลดค่าบริการเน็ตบ้านฟรี 3 เดือน เดือนถัดไปคิดเดือนละ 300 บาท
 
กลุ่มที่ 5 คือกลุ่มอุปกรณ์และสื่อการเรียนอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบด้วย AIS DTAC และทรู โดยทั้ง 3 บริษัทนี้จะลดราคามือถือ15 รายการ ลดราคาสูงสุด 75% ส่วนแท็บแล็ตจะลดราคา 27 รายการ ลดสูงสุด 68%
 
และกลุ่มที่ 6 จะลดราคาสินค้าในห้างสรรพสินค้าซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อซึ่งมีด้วยกันทั้งสิ้น 16 ห้าง ประกอบด้วย แม็คโคร The Mall เซ็นทรัล BigC Tops CP Freshmart โลตัส Foodland Maxvalue B2S Supersports Office Mate Power Buy 7-11  Boots และ Watsons
 
โดยทั้งหมดนี้สามารถซื้อผ่านระบบออนไลน์ของแต่ละห้าง สินค้าที่จะลดราคามีด้วยกัน 11 หมวด 12,600 รายการ ลดราคาสูงสุด 85% โดย 11 หมวดนั้นจะประกอบด้วย 1.หมวดอาหารและเครื่องดื่ม 2.อาหารสำเร็จรูปปรุงสำเร็จแช่แข็ง 3.ซอสปรุงรส 4.ของใช้ประจำวัน 5.ผลิตภัณฑ์ชำระร่างกาย  6.ผลิตภัณฑ์ซักล้าง 7.เครื่องใช้ไฟฟ้า 8.เครื่องสำอาง 9.เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน 10.อุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ และ 11. อื่นๆ เช่น เสื้อผ้า เครื่องครัว เป็นต้น
 
"กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการมาก่อนหน้านี้แล้ว 11 Lot ด้วยกันสามารถช่วยลดภาระค่าของชีพให้กับพี่น้องประชาชนได้จำนวนมาก แต่ด้วยสถานการณ์ของประเทศในปัจจุบันที่เรากำลังประสบกับภาวะการแพร่ระบาดของโควิด มีความจำเป็นที่พี่น้องประชาชนจำนวนมากต้องกักตัวอยู่กับบ้านหรือไม่สะดวกในการออกไปจับจ่ายใช้สอยนอกบ้านตามเงื่อนไขที่ ศบค.กำหนดในแต่ละพื้นที่การซื้อสินค้าออนไลน์จึงเป็นเรื่องจำเป็นและสอดคล้องกับสถานการณ์กระทรวงพาณิชย์จึงได้พิจารณาว่าถ้าเข้ามามีส่วนร่วมมือกับภาคเอกชนในการช่วยลดราคาสินค้าและบริการให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยโควิดในปัจจุบันสามารถซื้อบริการผ่านระบบออนไลน์ได้ในราคาพิเศษจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อการสนองนโยบาย ศบค.และเป็นประโยชน์สำหรับผู้บริโภคคนไทยทุกคนรวมทั้งจะเป็นประโยชน์กับภาคเอกชนผู้ประกอบการที่เข้ามามีส่วนช่วยแก้ปัญหาวิกฤติให้กับประเทศในสถานการณ์ปัจจุบันด้วยจึงเป็นที่มาของ พาณิชย์ลดราคา!ช่วยประชาชน Online lot 12 วันนี้" นายจุรินทร์ กล่าว 
 
จากนั้นรายงานระบุว่าบรรยากาศในงานนั้นนายจุรินทร์ได้พบกับภาคเอกชนที่ให้ความร่วมมือและได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสานงานเพื่อความคล่องตัวต่อประชาชนผู้บริโภคมากที่สุด โดยภาคเอกชนชื่นชมและตอบรับตอบโครงการที่ทำมาอย่างต่อเนื่องทั้งนี้เพื่อประโยชน์ต่อประชาชนและสังคมในภาวะวิกฤติและได้พูดถึงแพกเกจเงื่อนไขต่างๆที่ลดราคาให้ประชาชนอย่างน่าสนใจและต่างพร้อมยินดีร่วมกันช่วยประชาชน นอกจากนั้นยังได้มีการเชื่อม VDO  conference ถึงผู้ประกอบการที่เข้ามาร่วมแต่อาจไม่ได้มาอยู่ที่งานด้วยทั้งนี้เพื่อรับทราบนโยบายและแนวทางร่วมกัน
ถวายพระพร เนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร  ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ บันทึกเทปถวายพระพร  เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๔  ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT)

พาณิชย์สุดยอด ! “จุรินทร์ “ประกาศ ตัวเลขส่งออก พค. +41.59 % สูงสุดในรอบ 11 ปี สินค้าเกษตร-อาหาร ดีต่อเนื่อง "สั่งพาณิชย์ลุยต่อ 5 แผนบุกตลาด"
 
 
วันที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 9.30 น.
 
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายภูษิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และนายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและคณะ แถลงข่าวภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย ประจําเดือนพฤษภาคม 2564 ณ ห้องกิติยากรวรลักษณ์ ชั้น 4 สํานักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์
 
นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตัวเลขการส่งออกเดือนพฤษภาคมปีนี้ มีมูลค่า 23,057.91 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 714,885.27 ล้านบาท ขยายตัว 41.59% ซึ่งถือเป็นการขยายตัวที่สูงที่สุดในรอบ 11 ปี หากหักน้ำมัน ทองคำ ยุทธปัจจัยออกจะบวกถึง 45.87% คิดเป็นมูลค่ารวม 5  เดือน(ม.ค.-พ.ค.64)ขยายตัวรวมกัน 10.78% หากหักน้ำมัน ทองคำ ยุทธปัจจัยออกจะบวกถึง 17.13% เหตุผลสำคัญมี 2 ข้อ คือ 1.เศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัวโดยเฉพาะตลาดสำคัญเช่น สหรัฐฯ จีน สหภาพยุโรป ญี่ปุ่นเป็นต้น และ 2.เพราะแผนการส่งออกและภาคปฏิบัติจริงที่กระทรวงพาณิชย์ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับภาคเอกชนมาโดยต่อเนื่องและใกล้ชิดในช่วงที่ผ่านมาในรูป กรอ.พาณิชย์ ทำให้สามารถแก้ปัญหาอุปสรรคต่างๆได้รวดเร็วทันท่วงทีและมีการจัดทำแผนเชิงรุกร่วมกันในปี 2564 ที่มีเป้าหมายและรายละเอียดชัดเจนแต่ต้นทำให้ตัวเลขการส่งออกปีนี้ค่อยๆเป็นบวกตามลำดับ สำหรับตลาดสำคัญนั้นประกอบด้วย จีนสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน เอเชียใต้อาเซียน เป็นต้น สินค้าที่สำคัญประกอบด้วยสินค้าเกษตรและอาหาร สำหรับอาหารเฉพาะผักผลไม้แช่เย็นแช่แข็งซึ่งกระทรวงพาณิชย์เร่งรัดแก้ไขปัญหาอุปสรรคบริเวณด่านชายแดนและด่านข้ามแดนเชิงรุกอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ตัวเลขการส่งออกผักผลไม้แช่เย็นแช่แข็งเป็นบวกถึง 31.9%โดยเฉพาะทุเรียนบวกถึง 95% และสินค้า Work from Home ผลิตภัณฑ์ป้องกันโควิด เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก อาหารสัตว์เลี้ยงและรถยนต์ เป็นต้น
 
"สำหรับรถยนต์หลังจากที่ผมและกระทรวงพาณิชย์พยายามเจรจากับเวียดนามมาหลายครั้งตั้งแต่การประชุม RCEP และส่งผลให้ต่อมาเวียดนามปรับปรุงกฎระเบียบในการนำเข้ารถยนต์จากที่ต้องตรวจรถยนต์ที่นำเข้าจากไทยทุกล็อตที่ตรวจทั้งสองฝั่งเวียดนามยอมเปลี่ยนเป็นตรวจฝั่งใดฝั่งหนึ่งและสุ่มตรวจเท่านั้น ส่งผลให้การส่งออกรถยนต์ของไทยไปเวียดนามขยายตัวถึง 922% และส่งออกไปทั่วโลกขยายตัวถึง 170%" นายจุรินทร์ กล่าว 
 
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวต่อว่า แผนงานที่กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าต่อไปประกอบด้วย 1.เร่งรัดการเปิดตลาดใหม่ให้มีผลทางภาคปฏิบัติเป็นรูปธรรม โดยเร็วทั้งตลาดตะวันออกกลาง ตลาดกลุ่มประเทศรัสเซีย ตลาดกลุ่มประเทศเอเชียใต้ ตลาดกลุ่มประเทศแอฟริกา 2.รุกการค้าชายแดนและการค้าข้ามแดนต่อเนื่องต่อไปโดยจะเร่งเปิดด่านซึ่งมีอยู่ 97 ด่านที่ปัจจุบันเปิดได้แค่ 45 ด่านให้เปิดด่านเพิ่มขึ้นเป้าหมายระยะสั้นเร่งเปิดให้ได้อย่างน้อยเพิ่มอีก 11 ด่าน วันที่ 9-11 กรกฎาคมนี้ตนจะเดินทางไปดูด่านบริเวณชายแดนลาวซึ่งถือเป็นด่านสำคัญที่จะทะลุไปเวียดนามและไปจีน เช่น ด่านปากแซง นาตาล ท่าเทียบเรือมุกดาหาร ท่าเทียบเรือนครพนม และท่าเทียบเรือหนองคาย เป็นต้น ที่จะเร่งรัดให้เปิดด่านเร็วขึ้น 3.เร่งส่งเสริมการส่งออกและการเจรจาการค้ารวมทั้งการทำสัญญาส่งสินค้าออกด้วยระบบออนไลน์ต่อไป และเมื่อไหร่ที่ทำระบบออฟไลน์เพิ่มขึ้นได้จะเร่งดำเนินการให้ผสมผสานในรูปแบบไฮบริด 4.เร่งรัดดำเนินการ MINI-FTA ทั้งกับไห่หนาน หรือมณฑลไหหลำของจีน รัฐเตลังคานาของอินเดีย เมืองคยองกีของเกาหลี หรือโคฟุของญี่ปุ่น ซึ่งขณะนี้สัญญาณล่าสุดอาจลงนามได้ในช่วงสิงหาคม 5.เร่งสร้างแม่ทัพการค้าและแม่ทัพการส่งออกรุ่นใหม่ของไทยเพื่อเป็นอนาคตสำหรับการนำเงินเข้าประเทศต่อไปในเรื่องโครงการปั้น Gen Z เป็น CEO ซึ่งปีนี้มั่นใจว่าสร้างได้ครบ 12,000 คนทั่วประเทศแน่นอน
 
ด้านนายภูษิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กล่าวว่า  นโยบายกระทรวงพาณิชย์ผลักดันในทุกทางช่องทางสำคัญทำให้ตัวเลขการส่งออกเป็นรูปธรรมและจะมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องและภาพรวมตลาดสำคัญมีการขยายตัวในหลายประเทศ ภาพรวมการส่งออกไปกลุ่มตลาดหลัก ขยายตัวร้อยละ 39.9 โดยการส่งออกไปสหรัฐฯ จีน และญี่ปุ่น ขยายตัวดีต่อเนื่องร้อยละ 44.9 ร้อยละ 25.5 ร้อยละ 27.4 ตามลำดับ ตลาดสหภาพยุโรปและ CLMV ขยายตัวเร่งขึ้น ร้อยละ 54.9 และร้อยละ 46.8 ตามลำดับ ส่วนตลาดอาเซียนกลับมาขยายตัวร้อยละ 51.0 ส่วนปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกนั้นคือการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้าสำคัญจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่หลายประเทศเริ่มมีอัตราลดลงราคาน้ำมันดิบยังคงปรับตัวสูงขึ้น สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรขยายตัว เช่นยางพารา ผัก ผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็งและแห้ง สิ่งปรุงอาหาร อาหารสัตว์เลี้ยง ไก่สดแช่เย็น-แช่แข็งและแปรรูป รถยนต์อุปกรณ์กับส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน เป็นต้น 
 
อย่างไรก็ตามกระทรวงพาณิชย์และทีม กรอ.พณ.จะได้กำหนดวันประชุมหารือร่วมภาครัฐกับเอกชน หอการค้า สภาอุตสาหกรรม สภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป เนื่องจากต้องเดินหน้าผลักดันการส่งออกโดยแก้ไขปัญหาตามนโยบายรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมทั้งเร่งรัดการเปิดด่านชายแดนเพิ่มเติมและผลักดันการลงนามความตกลงยอมรับร่วมสินค้ายานยนต์ MRA ของอาเซียนตามนโยบายต่อไป
สนั่นไร่มันโคราช ! "จุรินทร์” ประกาศเดินหน้าประกันรายได้มันสำปะหลัง ปี 3 ตั้งเป้าคลอดยุทธศาสตร์มันสำปะหลังไทย "ชูตลาดจีนมีอนาคต"
 
 
 
วันที่ 19 มิถุนายน 2564 เวลา 15.00 น.
 
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ คุณหญิงกัลยา โสภณพานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พบปะเกษตรกรผู้ปลูกมันสําปะหลังและตรวจเยี่ยมโรงแป้งมันสําปะหลังบริษัทสงวนวงษ์อุตสาหกรรม จํากัด อําเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
 
นายจุรินทร์ กล่าวว่า
ดีใจกับพี่น้องชาวไร่มันสำปะหลังที่นี่ ได้ราคามาตรฐาน 2.30-2.50 ที่เชื้อแป้ง 25% ถือว่าราคาพอไปได้และถ้าเมื่อไหร่ราคาตกต่ำกว่า 2.50 บาทจะมีตัวช่วยคือนโยบายประกันรายได้ชาวไร่มันสำปะหลัง ซึ่งเป็นนโยบายของตนเพราะตนเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนโยบายนี้เป็นนโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอก่อนเข้าร่วมรัฐบาล โดยนโยบายประกันรายได้เกษตรกร ประกอบด้วยพืช 5 ชนิด มีข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพดและมันสำปะหลัง ทำให้พี่น้องมีหลักประกัน ถ้าราคาตกต่ำกว่า 2.50 บาทจะมีส่วนต่างทำให้มีรายได้ 2 ทาง ตราบเท่าที่พรรคประชาธิปัตย์ยังเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเราจะผลักดันนโยบายประกันรายได้เกษตรกรชาวไร่มันต่อไป โดยทำมา 2 ปีแล้วปีนี้จะเป็นปีที่ 3 และจะเดินหน้าต่อไปโดยตนจะนำเรื่องเข้าเสนอต่อคณะรัฐมนตรีสำหรับปีที่ 3 นี้
 
นายบุญมา พลภักดี ตัวแทนเกษตรกร กล่าวว่า ขอขอบคุณท่านรองนายกฯที่ช่วยให้เกษตรมีรายได้ 3 ทาง จากการแปรรูปมันสำปะหลัง โครงการประกันรายได้มันสำปะหลังและจำหน่ายสินค้าจากมันสำปะหลัง จากนั้นได้สาธิตการใช้เครื่องสับมันขนาดย่อมที่นายจุรินทร์ได้อนุมัติโครงการมอบเครื่องสับมันขนาดย่อมให้แก่เกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังไปก่อนหน้านี้
 
หลังจากนั้น นายจุรินทร์ได้ให้สัมภาษณ์ว่า การทำยุทธศาสตร์มันสำปะหลังไทย จะรวมทุกเรื่องไม่เฉพาะนวัตกรรม แต่รวมถึงกระบวนการผลิตต้นน้ำจนถึงการตลาดปลายน้ำ ครบวงจรคาดว่าไม่เกิน 6 เดือนถึง 1 ปี จะประกาศยุทธศาสตร์มันสำปะหลังไทยได้ เพื่อใช้เป็นยุทธศาสตร์แม่บทในการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป รัฐบาลต้องเข้ามาช่วยสนับสนุนในการวิจัยและพัฒนาต่อยอดเป็นสินค้ามูลค่าสูง เกษตรมูลค่าสูงได้ พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนแนวทางนี้ 
ซึ่งผลได้จะตกกับเกษตรกรและประเทศโดยรวมในการส่งสินค้ามูลค่าสูงออกไปจำหน่ายในต่างประเทศนำรายได้เข้าประเทศ โดยตลาดใหญ่ของมันสำปะหลังอยู่ที่ประเทศจีน โดยหลักตลาดจีนมี 2 ส่วน คือประเทศไทยเข้าเฉพาะตลาดเอทานอลเป็นหลักแต่ยังมีตลาดอาหารสัตว์ที่เรายังไม่ได้เข้าไปเชิงลึกยังสามารถเข้าไปได้อีก และมีอีกหลายมณฑลที่มีความต้องการ ตลาดจีนยังเป็นตลาดใหญ่ที่มีอนาคตสำหรับมันสำปะหลังไทย นอกจากนี้ยังมีตลาดยุโรป นิวซีแลนด์ออสเตรเลีย ที่สามารถนำมันสำปะหลังไปทำเป็นอาหารสัตว์ได้ เราต้องขยายองค์ความรู้ในการนำมันสำปะหลังไปผสมเป็นอาหารสัตว์ซึ่งบางประเทศไม่ใช้มันสำปะหลัง ต้องไปประชาสัมพันธ์และเจาะตลาดต่อไปในอนาคต 
 
สำหรับการตรวจเยี่ยมลงพื้นที่ครั้งนี้ โดยมี นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัด นครราชสีมา เข้าร่วมด้วย พร้อมทั้งนายบุณย์ธีร์ พานิชประไพ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางวรรณภรณ์ เกตุทัต ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ นายวัฒนศักดิ์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ร่วมด้วย
จุรินทร์ ลงเสาเอกบ้านมั่นคง-ขอนแก่น เดินหน้าจัดหาที่อยู่อาศัยให้รายย่อยผ่อนราคาถูก ประกาศ ! พร้อมพิจารณาลดค่าผ่อนชำระให้รายย่อยจากปัญหาโควิด

 

วันที่ 18 มิถุนายน 2564 เวลา 11.30  น.
 
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายที่อยู่อาศัยแห่งชาติ นายไชยยศ จิรเมธากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์
นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายบุณย์ธีร์ พานิชประไพ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสุธรรม ระหงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ประธานบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และนายวรทัศน์ ธุลีจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ติดตามโครงการบ้านมั่นคงภาคอีสานจังหวัดขอนแก่น
 
โดยนายจุรินทร์ เป็นประธานในพิธียกเสาเอกโครงการบ้านมั่นคงแก่นนครและติดตามโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตศูนย์คนไร้บ้านจังหวัดขอนแก่น ณ สหกรณ์เคหสถานแก่นนคร อําเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
 
นายจุรินทร์ กล่าวว่า วันนี้ตั้งใจจะมาทำ 2 เรื่อง 1.ร่วมพิธีวางเสาเอกให้กลับบ้านมั่นคง ในฐานะที่ตนเป็นรองนายกรัฐมนตรีและมีหน้าที่กำกับติดตามงานของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 
2.ตั้งใจมาติดตามงานในอดีตหลาย 10 ปีมาแล้วที่ได้ริเริ่มไว้ คืองานบ้านมั่นคง ที่เริ่มไว้ตั้งแต่ปี 2543 ที่เริ่มสมัยรัฐบาลชวน 2 (นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 )แล้วตนในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายก โดยตั้งใจให้เป็นคำตอบของพี่น้องประชาชนที่ไม่มีบ้านหรือมีบ้านแต่ไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ไร้บ้านได้รวมกลุ่มกันเป็นสหกรณ์ ถือหุ้นสหกรณ์ แล้วนำมาซื้อที่ดินและผ่อนด้วยเงื่อนไขผ่อนปรน และมีบ้านเป็นของตัวเอง เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับพี่น้องประชาชน โดยที่ผ่านมา 20 ปีสามารถสร้างได้ 200,000 หลัง และตั้งเป้าหมายว่าจะทำให้ได้ 1,300,000 หลังในปี 2579 เป็นเวลา 15 ปี  และมีโครงการบ้านพอเพียง ที่ช่วยซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหลังละไม่เกิน 20,000 บาท
 
" สำหรับจังหวัดขอนแก่นทำโครงการบ้านมั่นคงไปแล้ว 163 ชุมชน 7,051 หลัง สำหรับโครงการบ้านมั่นคงสหกรณ์เคหสถานแก่นนครจำกัด มี 333 หลัง ดำเนินการไปแล้ว 281 หลัง และวันนี้ที่วางเสาเอกจะทำอีก 46 หลัง ใช้เงิน 187 ล้านบาท จะสร้างเสร็จภายในปี 2564 นี้ ดีใจที่ได้มาพบพี่น้องทุกคนขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนด้วยที่ต้องฝ่าวิกฤตโควิด และเรื่องประเด็นปัญหาเรื่องอาชีพ กระทรวงพาณิชย์จะเข้ามาช่วย เช่น จัดตลาดนัด จัดอบรมการค้าออนไลน์ โดยให้พาณิชย์จังหวัดมาช่วยประสานกับ ผอ.พอช.ขอนแก่น " นายจุรินทร์ กล่าว 
 
นายปฏิภาณ จุมผา รองผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) นโยบายนี้เป็นนโยบายดีต้องขอบคุณนายกชวน หลีกภัย โครงการนี้เกิดขึ้นสมัยนายกชวนและมาต่อยอดในสมัยรัฐบาลนายกอภิสิทธิ์ ตั้งงบประมาณไว้สำหรับบ้านมั่นคงเพิ่มเติมอีก 3,000 ล้านบาทและมีโครงการเกี่ยวกับการยกระดับเป็นบ้านพอเพียงเพื่องบซ่อมแซมอีกจำนวน 1,000 กว่าล้านบาท ซึ่งทั้งหมดนี้ตั้งต้นมาและวันนี้รองนายกฯจุรินทร์ มามอบและมาต่อยอดซึ่งเป็นเรื่องที่ดี
 
ด้าน นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่น กล่าวว่าเป็นบุญของชาวขอนแก่นที่รอคอยผู้ใหญ่สักท่านมาช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนที่ยังหาโมเดลเพื่อตอบสนองไม่ได้ กระทรวงที่มีบทบาทเด่นที่สุดในประเทศไทยที่สร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัยคือกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และพอช.ที่ทำงานด้วยความทุ่มเทและเสียสละ โดยพื้นที่แห่งนี้ในอดีตเป็นป่าที่ชุมชนที่โดนไล่บ้านรวมตัวกันหาที่อยู่อาศัย ห ลายคนมาดูมาลูบคลำบ้านแล้วบอกว่านี่คือบ้านในฝัน หลายคนไม่เคยมีแม้แต่ห้องน้ำ  มีบ้านสร้างเสร็จแล้ว 47 ครัวเรือน เป็นชุมชนล่าสุดของเทศบาลนครขอนแก่นเป็นชุมชนที่ 95 ก้าวหน้านคร วันนี้เป็นเวลาแห่งความหวังของพวกเรา
ชาวโคราชเฮ “จุรินทร์”จัดโมบายพาณิชย์ลดราคา! ขายของถูก ลดสูงสุด 60%

 

วันที่ 19 มิถุนายน 2564 เวลา 14.30 น.
 
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดและปล่อยขบวนรถโมบายพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน จังหวัดนครราชสีมา ณ ลานเอนกประสงค์ ชุมชนหัวทะเล หน้าตลาดพระโคราช อําเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
 
นายจุรินทร์ กล่าวว่า
วันนี้เปิดตัวโครงการโมบายพาณิชย์ลดราคา!ช่วยประชาชน ที่จังหวัดนครราชสีมาโดยจัดรถโมบายจำนวน 20 คัน เพื่อตระเวนไปจำหน่ายสินค้าราคาถูกในเขตในชุมชนต่างๆในเขตเทศบาลนครโคราชและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งจะดำเนินการตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย.-16 ก.ค. 2564 เป็นเวลา 30 วัน
โดยสินค้าประกอบด้วยสินค้าอุปโภคและบริโภค สินค้าสำคัญ 6 รายการ เช่น ข้าวหอมมะลิถุงละ 5 กิโลกรัม 150 บาท ตกกิโลกรัมละ 30 บาท น้ำมันพืชขวดละ 43 บาท ปลากระป๋องกระป๋องละ 10 บาท น้ำตาลทรายกิโลกรัมละ 20 บาท บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซองละ 5 บาท และไข่ไก่แผงละ 30 ฟอง ราคา 83 บาท ฟองละ 2.77 บาท
และสินค้าอุปโภคอื่นๆ ซึ่งลดราคาสูงสุดถึง 60% โดยจะมีสินค้าทั้งหมด 75 รายการ
 
และผู้ที่ต้องการทราบว่ารถโมบายจะไปที่ไหนบ้างที่โคราชเข้าไปที่เว็บไซต์ https://โมบายพาณิชย์.com/ จะมีอะไรละเอียดบอกว่าไปชุมชนไหนวันที่เท่าไหร่ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ทุกจังหวัดช่วงประสบภัยโควิด
 
โดยมี ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์
นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน
นายบุณย์ธีร์ พานิชประไพ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
นายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เข้าร่วมด้วย
"จุรินทร์" ออนทัวร์อีสาน ลุยแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร มอบเช็ค-แจกโฉนดคืนเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟู
 
 
วันที่ 17 มิถุนายน 2564 เวลา 14.00 น.
 
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กับ นายนิพนธ์ บุญญามณี  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี
นายสมยศ ภิราญคำ รองเลขาธิการ รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร นายไชยยศ จิรเมธากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และคณะได้มาพิธีมอบเช็คชําระหนี้และมอบโฉนดที่ดินของกองทุนฟื้นฟูเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้แก่เกษตรกรจังหวัดอุดรธานี ณ ศูนย์ประชุมมลฑาทิพย์ฮอลล์ อําเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ซึ่งนายนายจุรินทร์ เป็นประธาน 
 
นายจุรินทร์ กล่าวว่า กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่สมัยรัฐบาลชวน 2 (สมัยนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี) และผู้ที่มีส่วนในการเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูคนหนึ่งคือตนร่วมด้วยซึ่งกองทุนฯดำเนินงานกิจกรรมสำคัญ 2 เรื่อง 1.เพื่อช่วยแก้ปัญหาหนี้สินให้กับพี่น้องเกษตรกร ไปช่วยรับซื้อหนี้หรือรับซื้อทรัพย์สินที่ถูกยึดจากการเป็นหนี้คืน แล้วมาผ่อนคืนกับกองทุนฯช่วยให้เกษตรกรไม่สูญเสียที่ดินทำกิน 2.ช่วยฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของเกษตรกร 
 
ในช่วงปีกว่าที่ตนเข้ามามีการปรับปรุงแก้ไขพัฒนาปัญหาของพี่น้องเกษตรกรเช่น 1.มีสำนักงานครบเกือบทุกจังหวัดและมีการตั้งคณะอนุกรรมการประจำจังหวัดครบทั้ง 76 จังหวัด ซึ่งเกษตรกรจะได้รับการดูแลทั่วถึงทั้ง 76 จังหวัด2.แก้ไขปัญหาหนี้บุคคลค้ำที่เมื่อก่อนเข้าไปจัดการไม่ได้ มีการแก้ไขกฎหมายให้ซื้อหนี้บุคคลค้ำได้ ส่วนใหญ่เป็นหนี้รายย่อยไม่เกิน 200,000 บาทต่อราย มีจำนวนหลาย 38,000 รายที่ขึ้นทะเบียน 3.หนี้ที่เกิน 2.5 ล้านบาท สามารถขยายเพดานช่วยเหลือจาก 2.5 ล้านบาทเป็นไม่เกิน 5 ล้านบาท 4.จัดเงินงบประมาณเพื่อฟื้นฟูอาชีพและคุณภาพชีวิต เตรียมไว้ 340 ล้านบาท และสำหรับจังหวัดอุดรธานี 7,500,000 บาทในการช่วยฟื้นฟูอาชีพให้กับเกษตรกรชาวอุดรจำนวน 200 คน 15 โครงการ และช่วยจัดซื้อหนี้ของเกษตรกรจำนวน 5 รายเป็นหนี้สหกรณ์ 2 สหกรณ์เป็นเงิน 5,600,000 บาท และคืนโฉนดออกใบประกาศนียบัตรรับรองให้กับเกษตรกรที่เป็นหนี้กองทุนฟื้นฟูและชำระหนี้หมดแล้วจำนวน 30 ราย 
 
" ขอแสดงความยินดีกับพี่น้องเกษตรกรทุกคนและขอมอบนโยบายให้กับอนุกรรมการจังหวัดและสำนักงานกองทุนฟื้นฟูจังหวัดได้เร่งรัดดำเนินการตามนโยบายของคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรที่ตนเป็นประธาน ที่สำคัญขอให้เอาใจใส่และลงลึกในการเข้าไปช่วยเหลือแก้ปัญหาหนี้สินและฟื้นฟูเกษตรกรอย่างแท้จริงรวมทั้งให้ความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ที่เข้ามาเป็นอีกภาคส่วนหนึ่งที่จับมือกับกองทุนฟื้นฟูในการช่วยฟื้นฟูเกษตรกรโดยใช้ระบบการตลาดช่วยแก้ปัญหา " รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว
 
รายงานข่าวสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ระบุว่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์กำกับดูแลในฐานะเป็นประธานคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เป็นคนมีความตั้งใจและใส่ใจในการกำกับดูแลเป็นอย่างมากซึ่งการมอบเช็คชำระหนี้และมอบโฉนดที่ดินคืนให้แก่เกษตรกรสมาชิกกองทุนมีทั่วประเทศและนายจุรินทร์เร่งรัดกำกับนโยบายเพื่อช่วยเกษตรกรให้เร็วที่สุดเป้าหมายคือ "ทำได้ไว ทำได้จริง"
เกาะติด "จับคู่กู้เงิน" จุรินทร์ ตามใกล้ชิด ยอดกู้พุ่งกว่า 3,000 ราย "ออมสิน"สูงสุด ทั้งออฟไลน์-ออนไลน์ เดินหน้าต่อ "ช่วยร้านอาหารฝ่าโควิด"

 

วันที่ 14 มิถุนายน 2564 เวลา 14.00 น.  นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์

ผู้บริหารสถาบันการเงิน ติดตามความคืบหน้าโครงการ “จับคู่กู้เงิน” สถาบันการเงินกับร้านอาหาร ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 สํานักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์
 
โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ใช้เวลาเดินสำรวจติดตามสอบถามสถาบันการเงินที่ให้ความร่วมมือกับโครงการเกี่ยวกับความคืบหน้าและเงื่อนไขที่โครงการอย่างละเอียด บรรยากาศระหว่างนั้นผู้บริหารธนาคารได้ให้ความร่วมมือในการตอบคำถามรวมทั้งประจำแต่ละบูธเพื่อตอบข้อซักถามเงื่อนไขต่างๆที่ร้านอาหารทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาได้มาติดต่อที่กระทรวงพาณิชย์วันนี้
 
ภายหลังจากนั้น นายจุรินทร์ กล่าวสรุปว่า ความคืบหน้าโครงการจับคู่กู้เงิน สถาบันการเงินกับร้านอาหาร ที่กระทรวงพาณิชย์จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 7-20 มิถุนายน 2564 เพื่อให้ร้านอาหารทั่วประเทศซึ่งมีอยู่ประมาณ 120,000 ร้าน ที่จดทะเบียนบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินกู้ ของสถาบันการเงินต่างๆ กระทรวงพาณิชย์ได้รับความร่วมมือจากสถาบันการเงินประกอบด้วยธนาคารออมสิน ธนาคาร SME D Bank ธนาคารกรุงไทย ธนาคาร ธ.ก.ส. และบสย. เพื่อปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและปลอดหลักทรัพย์ในบางกรณี รวมทั้งเงื่อนไขผ่อนปรนอื่นๆ ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือร้านอาหารให้สามารถต่อลมหายใจต่อไปได้ภายใต้สถานการณ์ในช่วงวิกฤติโควิด โดยกระทรวงพาณิชย์ได้เปิดห้องเพื่อให้ผู้ประกอบการร้านอาหารสามารถมาพบกับทั้ง 5 สถาบันการเงินได้ที่นี่โดยตรง
 
รวมทั้งสามารถเดินทางไปที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ หรือไปที่สถาบันการเงินทั้ง 5 แห่งโดยตรงที่สำนักงานสาขาทั่วประเทศเพื่อยื่นเรื่องขอกู้เงินตามโครงการจับคู่กู้เงินของกระทรวงพาณิชย์จะได้รับการดูแลเรื่องการให้ข้อมูลเงื่อนไขและรับเรื่องขอกู้ 
นับตั้งแต่วันที่ 7-14 มิถุนายนเป็นเวลา 7 วันสถาบันการเงินต่างๆได้เปิดโอกาสให้ร้านอาหารขอกู้ได้ทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ มีการยื่นขอสินเชื่อดังนี้ ธนาคารออมสินมีผู้ยื่นขอกู้แล้วรวม 2,520 ราย วงเงินขอสินเชื่อรวม 750 ล้านบาท ธนาคาร SME D Bank มีผู้ยื่นขอกู้ 146 ราย วงเงินขอสินเชื่อรวม 64 ล้านบาท ธนาคารกรุงไทยมีผู้ยื่นขอกู้ 98 ราย วงเงินขอสินเชื่อรวม 43 ล้านบาท ธ.ก.ส.ยื่นขอกู้ 49 ราย วงเงินขอสินเชื่อ 22 ล้านบาท ส่วน บสย.มีผู้ยื่นขอ 188 ราย โดยมีผู้ติดต่อขอสินเชื่อรวม 3,001 รายวงเงินที่ขอสินเชื่อรวมกัน 880 ล้านบาท ส่วนสำหรับ บสย.ที่มีผู้ยื่นขอ 188 รายนั้นแจ้งว่ายินดีค้ำประกันให้ทุกรายที่ธนาคารปล่อยกู้ให้
 
" และโครงการที่ออกบูธจะไปจบโครงการในวันที่ 20 มิถุนายน 2564 ที่จะถึงแต่ท่านสามารถไปที่สาขาต่างๆของสถาบันการเงินเหล่านี้ได้และในบางจังหวัดผมได้สั่งการให้มีการดำเนินการจัดสถานที่ขึ้นมาเป็นกรณีพิเศษเช่นเดียวกับที่จัดที่กระทรวงพาณิชย์ เช่น ที่จังหวัดภูเก็ตจากการไปตรวจราชการได้รับรายชื่อร้านอาหารรวม 300 กว่ารายที่ประสงค์จะยื่นขอกู้ จึงสั่งการให้พาณิชย์จังหวัดภูเก็ตจัดสถานที่เป็นกรณีเฉพาะให้พบกับ 5 สถาบันการเงินสาขาที่นั่นโดยตรง ได้รับแจ้งว่าจะดำเนินการตั้งแต่วันพุธที่ 16 มิถุนายนเป็นต้นไป และจะพิจารณาข้อมูลต่อไปว่าสุดท้ายได้มีการอนุมัติวงเงินไปเท่าไหร่เพราะต้องรอให้สถาบันการเงินนั้นนั้นได้มีเวลาพิจารณาโดยพูดคุยกันแล้วว่าจะพิจารณาให้สั้นที่สุดภายใน 1-2 สัปดาห์ โดยมีผู้ยื่นขอกู้ออนไลน์กับธนาคารออมสินถึง 2,326 ราย " นายจุรินทร์ กล่าว
พาณิชย์ลดราคา ! ช่วยประชาชน Lot11 "Food Delivery" จุรินทร์ "นำเคาะ" ลดGPเหลือ 25% ลดค่าอาหารสูงสุด 60%

วันที่ 28 พฤษภาคม 2564 เวลา 12.00 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โครงการ “พาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน” Lot 11 (Food Delivery)

นายจุรินทร์ กล่าวว่า

วันนี้เชิญผู้เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมกันให้ความช่วยเหลือร้านอาหาร โดยประชุมร่วมกับแพลตฟอร์มทั้งหมด 5 แพลตฟอร์ม ที่ให้บริการ Food Delivery และตัวแทนร้านอาหารทั่วประเทศ เช่น สมาคมการค้าธุรกิจร้านอาหาร สมาคมผู้ประกอบการร้านอาหาร สมาคมภัตตาคารไทย สมาคมร้านอาหารไทยและสตรีทฟู้ด สมาคมร้านอาหารและบันเทิงเชียงใหม่ ชมรมผู้ประกอบการร้านอาหาร เป็นต้น และผู้แทนสถาบันการเงิน 6 สถาบัน 1.SME D Bank 2.ธนาคารกรุงไทย 3.ธนาคารออมสิน 4.ธนาคารอิสลาม 5.ธ.ก.ส. และ6. บสย.

มี 2 ประเด็น เพื่อช่วยสนับสนุนร้านอาหารในภาวะวิกฤตโควิด

ประเด็นที่ 1 จัดโครงการพาณิชย์ลดราคา!ช่วยประชาชน Lot 11 เพื่อช่วยเหลือบุคคล 

2 กลุ่ม 1.กลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารที่ขายอาหารผ่านแพลตฟอร์ม 2.กลุ่มผู้บริโภคซึ่งซื้ออาหารผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ

โดยสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารจะมีการลดค่า GP ที่แพลตฟอร์มคิดกับร้านอาหารจากเฉลี่ย 35% -25% ลงมาเหลือ 25%

มีแพลตฟอร์มที่จะเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 5 แพลตฟอร์ม 1.Robinhood 2. foodpanda 3.Grab 4.Gojek และ 5.Lineman

ลดค่า GP เหลือ 25% ในภาพรวม ยกเว้น Robinhood ไม่คิดค่า GP และ foodpanda ไม่คิดค่า GP สำหรับร้านใหม่

สำหรับผู้บริโภคมี 2 ส่วน 1.ลดราคาอาหารที่ขายผ่านแพลตฟอร์มทั้ง 5 แพลตฟอร์มสูงสุด 60% และจะลดค่าขนส่ง 4 แพลตฟอร์ม ใน 3-5 กิโลเมตรแรก ลดสูงสุดจาก 40 บาทเหลือ 0 บาท ประกอบด้วย 1.Robinhood 2.foodpanda 3.Grab และ 4.Gojek

ตั้งแต่วันที่ 1-30 มิถุนายน 2564  ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล สำหรับค่า GP ส่วนค่าอาหารจะลดทั่วประเทศ

และประเด็นที่ 2 จัดโครงการแมตช์ชิ่งเงินกู้ให้กับร้านอาหารทั่วประเทศโดยกระทรวงพาณิชย์จะเป็นตัวกลางช่วยร้านอาหารสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและปลอดหลักทรัพย์ในบางกรณี  ได้รับความร่วมมือจาก 6 สถาบันการเงิน ประกอบด้วย 1.SME D Bank 2.ธนาคารกรุงไทย 3.ธนาคารออมสิน 4.ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย 5.ธ.ก.ส. และ 6.บสย.

มีการจัด 2 กิจกรรม 1.ให้สถาบันการเงินให้ข้อมูลกับร้านอาหารที่สนใจเข้าถึงแหล่งเงินกู้วันที่ 1-6 มิถุนายน 2564ในรูปแบบออนไลน์ และต่างจังหวัดจะให้พาณิชย์จังหวัดเป็นผู้ดำเนินการให้ร้านอาหารที่สนใจสอบถามข้อมูลจากสถาบันการเงิน 2.จะมีการจับแมตช์ชิ่งให้ยื่นเรื่องเพื่อขอกู้เงินตามเงื่อนไขทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ ในวันที่ 7-20 มิถุนายน 2564

เพื่อช่วยให้ร้านอาหารในช่วงวิกฤติโควิดได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและปลอดหลักทรัพย์ในบางกรณี

โดยร้านอาหารที่มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินกู้ที่จดทะเบียนไว้ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นนิติบุคคล 15,967 ร้าน และบุคคลธรรมดา 103,000 ร้าน รวมแล้ว 118,967 ร้าน

โดยผู้ประกอบการแพลตฟอร์มจะสูญเสียรายได้ 250-350 ล้านบาท และกระตุ้นเศรษฐกิจได้ไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท

จุรินทร์"ลุย"แหลมฉบัง ! นำตรวจ"เรือสินค้าขนาดใหญ่" แก้ตู้สินค้าส่งออกขาดแคลน ช่วยส่งออกเพิ่มขึ้นกว่า 35,000 ล้านบาท ชี้ชัด งานเป็นรูปธรรมความร่วมมือ "พาณิชย์-ภาคเอกชน-กรมเจ้าท่า"

 

วันที่ 26 พฤษภาคม 2564 เวลา 15.00 น.
 
15.00 น.นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตรวจเยี่ยมเรือสินค้า MSC Amsterdam และให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนตู้สินค้า ณ ท่าเรือแหลมฉบัง อําเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
 
นายจุรินทร์ กล่าวว่า
สถานการการส่งออกของไทย โดยเฉพาะในปี 2564 ตัวขับเคลื่อนสำคัญคือการส่งออกและต้นปีนี้การส่งออกก็เป็นบวก เดือนมีนาคมเป็นบวกถึง 8.47% และเดือนเมษายนบวกถึง 13.09% และยังมีแนวโน้มที่ดีขึ้น การส่งออกเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การแก้ปัญหาการส่งออกจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ การส่งออกประกอบด้วยการขนสินค้าทางบก ทางอากาศและทางเรือ การขนส่งสินค้าทางเรือมีประเด็นปัญหาคือตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุสินค้าเพื่อลงเรือส่งออกขาดแคลนเนื่องจากก่อนเกิดสถานการณ์โควิดมีการส่งสินค้าไปสหรัฐและสหภาพยุโรปจำนวนมากแต่ส่งสินค้ากลับมาน้อย ตู้ไปค้างอยู่ที่สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป แต่ประเทศจีนมีศักยภาพสามารถนำตู้ไปใช้ในการส่งออกได้มาก สำหรับประเทศไทยเมื่อผมได้ประชุม กรอ.พาณิชย์ การท่าเรือร่วมกับภาคเอกชนมาโดยใกล้ชิดได้ข้อสรุปว่าจากนี้ไปเราจะแก้ปัญหาโดยจะเปิดโอกาสให้เรือขนาดใหญ่เข้ามาแหลมฉบังให้เรือขนาด 300-400 เมตรเข้ามาเทียบท่าได้จะช่วยให้ เราสามารถไปปลายทางได้เลยช่วยลดต้นทุนสามารถขนตู้เปล่าและตู้ที่มีสินค้าเข้ามา จะมีตู้เปล่าที่ส่งสินค้าออกได้มากขึ้น หลังจากที่ตนเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้การท่าเรือแก้ประกาศจับประกาศใหม่อนุญาตให้เรือ 300-400 เมตรเข้าเทียบท่าได้ มีมาหลายลำแล้วตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 และ 17 เมษายน 2564 20 เมษายน 2564 และวันที่ 5 พฤษภาคม เป็นลำใหญ่ขนาด 399 เมตร สามารถบรรทุกตู้เข้ามาได้ประมาณ 12,000 ตู้ และวันนี้เรือสินค้า MSC Amsterdam ขนาด 399 เมตรสามารถบรรทุกตู้เปล่าเข้ามาได้ประมาณ 4,000 ตู้ สามารถบรรจุสินค้าลงไปได้ประมาณ 80,000 ตัน คิดเป็นมูลค่าสินค้าที่ส่งออกประมาณ 6,000 ล้านบาท และยังมีอีกสองลำที่จะเข้ามาวันที่ 2 มิถุนายน 395 เมตรและ 19 มิถุนายน 398 เมตร
 
" รวมแล้วทั้งหมดจะเป็น 7 ลำ สามารถบรรทุกตู้เปล่าเข้ามาประมาณ 23,000 ตู้ สามารถขนสินค้าออกไปได้ประมาณ 458,000 ตันรวมมูลค่าให้การส่งออกเพิ่มขึ้นจากการได้ตู้เปล่าประมาณ 35,000 ล้านบาท คือผลที่เป็นรูปธรรมจากการร่วมกันแก้ปัญหาระหว่างกระทรวงพาณิชย์ ภาคเอกชนและกรมเจ้าท่า
 ขณะนี้ตู้เริ่มเข้าสู่สภาวะสมดุลความต้องการใช้ตู้เปล่าเดือนหนึ่งประมาณ 128,000 ตู้ เรามีตู้ประมาณ 130,000 ตู้ เริ่มเข้าสู่สภาวะสมดุลแล้ว แต่ต้องติดตามสถานการณ์และกรมเจ้าท่าต้องอำนวยความสะดวกโดยเร็วที่สุด เปิดโอกาสให้เรือขนาดใหญ่เอาตู้เปล่าเข้ามาและเราส่งสินค้าออกไปได้มากขึ้นจะช่วยให้ตัวเลขส่งออกของเราเป็นบวกได้ต่อและจะเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ต่อไป
 
ผมเชื่อว่าศักยภาพการส่งออกสินค้าไทยไปต่างประเทศยังมีเพิ่มขึ้น ภาคเอกชนสายการเดินเรือต้องเข้ามาช่วยในการจัดหาตู้และกรมเจ้าท่าต้องอนุญาตโดยเร็วในการดำเนินการ และได้มีประกาศใหม่ให้ใบอนุญาตสำหรับเรือขนตู้ขนาด 300-400 เมตรภายในเวลา 2 ปี แต่ตนจะไปเจรจาว่าทำไมไม่เป็นตลอดไปเพราะการส่งออกยังเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญ หากจำเป็นต้องปรับปรุงร่องน้ำหรือปรับปรุงอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ก็จะต้องลงทุนเพิ่มเติมเพื่อแลกกับตัวเลขการส่งออกที่นำรายได้เข้าประเทศตนเชื่อว่าคุ้มแน่นอน " รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าว
จุรินทร์ "ช่วยผู้พิการ" ดัน ศปก. ศบค. ฉีดวัคซีนให้ก่อน พร้อมเปิด รพ.สนามเพื่อผู้พิการป่วยโควิด ที่ปทุมธานี 1 มิถุนายน นี้
 
 
วันที่ 26 พฤษภาคม 2564 เวลา 10.30 น.
 
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมด้วย นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
 
ตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามบ้านวิทยาศาสตร์ สิรินธร เพื่อคนพิการ ณ อาคารบ้านวิทยาศาสตร์ สิรินธร อุทยาน วิทยาศาสตร์ประเทศไทย อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี
 
ระหว่างการ ตรวจเยี่ยมนั้น นายสาธิต ปิตุเตชะ กล่าวว่า การระบาดในระลอกนี้ต้องยอมรับว่าได้กระจายตัวอยู่ในสังคมและในทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นคนพิการหรือคนในครอบครัว เดิมกระทรวงสาธารณสุขมีนวัตกรรมต่างๆที่จะดูแลผู้ติดเชื้อในแต่ละส่วนไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีอาการหรือไม่มีอาการหรือมีอาการรุนแรงอาการหนัก แต่ละกลุ่มต้องการการดูแลที่แตกต่างกันออกไป ในส่วนนี้ต้องการการดูแลคนพิการซึ่งต้องใช้ผู้มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ 
กระทรวงสาธารณสุขโดยสถาบันสิรินธร มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในการดูแลคนพิการจึงเข้ามาจัดตั้งโรงพยาบาลสนามให้ดูแลผู้ติดเชื้อที่เป็นผู้พิการร่วมกันกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินที่ต้องจัดการแบบพิเศษให้ความสำคัญและรองนายกรัฐมนตรีจุรินทร์เสนอให้ ศปก.( ศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด – 19 หรือ ศปก.ศบค.ให้วัคซีนกับผู้พิการในทุกกลุ่มทุกประเภท และมีความซับซ้อนว่าผู้ติดเชื้อในชุมชนบางครั้งเป็นคนในชุมชนเดียวกัน จึงได้มีการจัดการบ้านร้อยวิถี เพื่อไปดำเนินการบุคคลในกลุ่มนี้ ที่เป็นการจัดการพิเศษที่แตกต่างกับบุคคลอื่น  
 
ด้านนายจุรินทร์ วันนี้ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ กล่าวว่า ได้ติดตามให้การสนับสนุนในการช่วยเหลือผู้พิการ ในฐานะหน่วยงานสำคัญที่เป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการโดยมีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)เป็นเลขานุการโดยคณะกรรมการฯได้มีมติในหลายเรื่องเช่น
เรื่องที่หนึ่ง มีมติขยายอายุบัตรประจำตัวผู้พิการต่อไปอีก 6 เดือน ในช่วงโควิดนี้การเดินทางไปต่ออายุบัตรก็เป็นอุปสรรค เรื่องที่สอง ตั้งแต่ปีที่แล้วมีกองทุนคนพิการในการให้การสนับสนุนเงินกู้ปลอดดอก ปลอดหลักทรัพย์ ได้มีมติหลักล่าสุดให้ขยายเวลาขอกู้เงินได้เพื่อไปประกอบอาชีพในช่วงวิกฤติโควิด จากหมดอายุวันที่ 31 พฤษภาคมต่อไปให้ถึง 30 กันยายน 2564 เรื่องที่สามผู้ที่เป็นหนี้กองทุนผู้พิการอยู่แล้วให้สามารถพักหนี้ได้ โดยสามารถพักหนี้ตั้งแต่ 31 มีนาคม 2564 ยืดไปได้อีกหนึ่งปีถึง 31 มีนาคม 2565 ซึ่งมีผู้ยื่นพักหนี้แล้ว 10,000 กว่าคนทั่วประเทศ
 
" และอีกเรื่องหนึ่งที่ประชุมมีมติให้เสนอให้ ศปก. ศบค.ได้ช่วยจัดลำดับความสำคัญในการได้รับวัคซีนให้กับผู้พิการทั่วทั้งประเทศให้ต่อจากผู้สูงอายุ ผู้ป่วย 7 โรค เพราะผู้พิการจำนวนหนึ่งอยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่ม 7 โรคแต่ยังมีอีก 800,000 คนทั่วประเทศที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มนี้และควรได้รับการฉีดวัคซีนในลำดับต้น
 
วันนี้สนับสนุนให้มีการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพื่อคนพิการ โดยตั้งเป้าหมายว่าจะเปิดให้บริการได้ในวันที่ 1 มิถุนายน 2564 ตนและคณะกรรมการแห่งชาติทั้งหมดจะช่วยดูความพร้อมและช่วยประชาสัมพันธ์ โดยที่นี่จะเป็นต้นแบบในการดำเนินการต่อไปถ้ามีความจำเป็นในพื้นที่ต่างๆ ขอขอบคุณทั้ง 3 กระทรวง ทุกหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ที่ช่วยส่งเสริมให้ทุกอย่างสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีขอบคุณบุคลากรทุกท่าน ที่ทำให้ทุกอย่างมีความหวังสำหรับคนพิการ " รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ กล่าว
จุรินทร์ นำ "พาณิชย์" จับมือ หอการค้านานาชาติ ผลักดันการส่งออก "ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย"
 
 
วันศุกร์ ที่ 21 พ.ค. 2564 
 
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึง การต้อนรับคณะกรรมการหอการค้านานาชาติหรือที่รู้จักในนาม ICC (International Chamber of Commerce) ซึ่งมีคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ นำโดย ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ เป็นประธาน เข้าแนะนำคณะกรรมการชุดใหม่ พร้อมกับแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับกระทรวงพาณิชย์ 15.30 น.วานนี้ (20 พ.ค. 2564)
 
หลังการหารือ นายจุรินทร์ กล่าวว่า เป็นอีกครั้งหนึ่งที่กระทรวงพาณิชย์ได้มีโอกาสต้อนรับคณะกรรมการหอการค้านานาชาติหรือ ICC ที่มีคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ นำโดย ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์  เป็นประธาน เข้าแนะนำคณะกรรมการชุดใหม่พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับกระทรวงพาณิชย์ โดยหอการค้านานาชาติมีสมาชิกอยู่ทั่วโลก 130 ประเทศ มีบริษัทที่อยู่ภายใต้หอการค้านานาชาติทั้งหมด 45 ล้านบริษัท และประเทศไทยถือว่ามีหอการค้านานาชาติประจำประเทศไทยมากกว่า 20 ปีแล้ว โดยกระทรวงพาณิชย์ทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนและประสานงานทำหน้าที่ร่วมกันมาโดยตลอด ภารกิจสำคัญของหอการค้านานาชาติคือทำหน้าที่เป็นตัวแทนภาคเอกชนของโลกซึ่งมีที่นั่งอยู่ใน UN ด้วย ในฐานะตัวแทนภาคเอกชน และทำหน้าที่ร่วมพิจารณากฎระเบียบด้านการค้า การลงทุนต่างๆที่จะออกมาบังคับใช้ในเวทีการค้าระหว่างประเทศ จะมีส่วนสำคัญในการส่งสัญญาณล่วงหน้าให้ภาคเอกชนไทยที่เป็นสมาชิกได้รับทราบเพื่อเตรียมการรองรับเมื่อกฎกติกาเหล่านี้ได้รับการบังคับใช้ ว่าจะเตรียมการล่วงหน้าอย่างไรในฐานะสมาชิก และกฎระเบียบต่างๆที่จะออกมาในอนาคตต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลง เช่น การให้ความสำคัญกับการค้าแบบอีคอมเมิร์ซมากขึ้น หรือให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมเป็นต้น เป็นทิศทางที่หอการค้านานาชาติจะได้ดำเนินการต่อไปภายใต้ความร่วมมือของหอการค้านานาชาติไทยด้วย
 
ด้าน ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานคณะกรรมการบริหารหอการค้านานาชาติแห่งไทย กล่าวว่า สาเหตุที่มาวันนี้เหตุการณ์ของโควิดส่งผลกระทบที่รุนแรงกับเศรษฐกิจทั่วโลกและประเทศไทย วันนี้การส่งออกเป็นเครื่องจักรสำคัญมากที่สุดของเศรษฐกิจไทยที่เห็นความชัดเจนในการเติบโต การส่งออกทั่วโลกให้ความสำคัญและอุปสรรคในการส่งออกนำเข้า ICC มีเครือข่ายสามารถเข้ามาช่วยร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ขับเคลื่อนการเจริญเติบโตการส่งออกการค้าการลงทุนและแก้ไขอุปสรรค สามารถใช้เครือข่ายของ ICC ที่มี 130 ประเทศทั่วโลกผลักดันให้เพิ่มขึ้น
 
รายการข่าว สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ภารกิจและบทบาทสำคัญของหอการค้านานาชาติก็คือ ทำหน้าที่เป็นตัวแทนภาคเอกชนของโลก ซึ่งมีที่นั่งอยู่ใน UN ด้วย ในฐานะเป็นตัวแทนภาคเอกชน และทำหน้าที่ในการร่วมพิจารณากฎระเบียบ ทางด้านการค้า การลงทุนต่างๆ ที่จะออกมาบังคับใช้ในเวทีการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งจะมีส่วนสำคัญถือเสมือนการส่งสัญญาณล่วงหน้าให้ภาคเอกชนไทยที่เป็นสมาชิกได้รับทราบด้วย เพื่อเตรียมการรองรับกรณีที่กฎกติกาเหล่านี้ได้รับการบังคับใช้ นอกจากนั้นกฎระเบียบต่างๆ จะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง สอดคล้องกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างเช่น การให้ความสำคัญกับการค้าแบบอีคอมเมิร์ชมากขึ้น หรือการให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ก็เป็นทิศทางที่หอการค้านานาชาติจะได้ดำเนินการต่อไปภายใต้ของหอการค้านานาชาติแห่งประเทศไทยด้วย 
 
กระทรวงพาณิชย์ มีกลไกสำคัญในการทำงานร่วมกับภาคเอกชน ได้แก่ สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สมาคมธนาคารไทย สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือ ในรูปแบบ กรอ. พาณิชย์ ตลอดรวมถึงหอการค้านานาชาติ ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ที่จะร่วมกันผลักดันการค้าการส่งออก นำรายได้เข้าสู่ประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำงานร่วมมือกันเป็นอย่างดี และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในยุคโควิด เพื่อให้สามารถผ่านพ้นสถานการณ์นี้ สามารถเดินหน้าด้านการส่งออก ขณะนี้ประเทศไทยได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดของการส่งออกที่ตัวเลขติดลบมาแล้ว เมื่อเดือนมิถุนายน 2563 โดยการส่งออกเริ่มกลับมาเป็นบวกตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 เป็นต้นมา และคาดว่าตัวเลขจะกลับมาเป็นบวกอย่างต่อเนื่องในปี 2564 ซึ่งสะท้อนให้เห็นความร่วมมืออย่างแข็งขันระหว่างกระทรวงพาณิชย์และเอกชนที่ทำให้การส่งออกยังเป็นพระเอกดัน GDP ของประเทศให้เป็นบวกในปี 2564 นี้ต่อไป
ทูตมองโกเลีย เข้าพบ ‘จุรินทร์’ ตั้งเป้าการค้า 3,000 ล้านบาท ดันส่งออก ‘ข้าว-ยาง-อาหาร’ เพิ่ม พร้อมจับมือหาเส้นทางขนสินค้าทางบก ลดต้นทุน

‘จุรินทร์’หารือเอกอัครราชทูตมองโกเลียประจำประเทศไทย เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เตรียมขยายตลาดส่งออกข้าว ผลิตภัณฑ์อาหาร ผลิตภัณฑ์ยางและเครื่องมือแพทย์ และกระดาษ ไปมองโกเลีย พร้อมเชิญชวนท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและบริการทางการแพทย์ในไทย ตั้งเป้าผลักดันมูลค่าการค้าสองฝ่ายแตะ 3,000 ล้านบาท ให้ได้ในปี 2566  

          นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกับนายทูมูร์ อามาร์ซานา (H.E. Mr.Tumar Amarsanaa) เอกอัครราชทูตมองโกเลียประจำประเทศไทย ถือว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่กระทรวงพาณิชย์ได้มีโอกาสต้อนรับท่านทูตจากมองโกเลียหลังจากมีความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ มา 47 ปี โดยมองโกเลียมีประชากร 3,300,000 คน มี GDP ประมาณ 440,000 ล้านบาท ซึ่งไทยยังสามารถใช้มองโกเลียเป็นประตูการค้าสู่รัสเซียหรือกลุ่มประเทศที่แตกตัวจากรัสเซียได้ ขณะเดียวกันมองโกเลียก็สามารถใช้ไทยเป็นประตูการค้าสู่อาเซียนได้

“จากการหารือมองโกเลียต้องการขยายความร่วมมือทางการค้าระหว่างกัน และส่งออกเนื้อสัตว์ และนมมาไทย ตลาดใหญ่มองโกเลียคือ จีนและรัสเซีย โดยไทยยินดีให้การสนับสนุนโดยต้องผ่านการรับรองความปลอดภัยด้านอาหาร ผ่านกรมวิชาการเกษตรและกรมปศุสัตว์ของไทย และดำเนินการขั้นตอนให้ครบถ้วน จากนั้นกระทรวงพาณิชย์ยินดีให้การสนับสนุน และท่านทูตขอให้ช่วยสนับสนุนการจัดทำข้อตกลงเรื่องการคุ้มครองการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งขณะนี้ไทยกำลังจะทำโมเดลกลางรูปแบบการคุ้มครองการลงทุนที่เป็นมาตรฐาน จะสามารถนำไปใช้กับทุกประเทศในโลก และยังสนใจทำข้อตกลงเรื่องการไม่จัดเก็บภาษีซ้อน และมีความเห็นเรื่องการลดต้นทุนการขนส่งสินค้าจากไทยไปมองโกเลีย เนื่องจากต้นทุนค่อนข้างสูง เพราะห่างไกลและเน้นการขนส่งสินค้าทางเรือเป็นหลัก ควรเพิ่มเส้นทางทางบกเพื่อลดต้นทุนการขนส่ง และมองโกเลียสนใจที่จะต้อนรับการลงทุนทางด้านสุขภาพจากนักลงทุนชาวไทยเพราะมีโรงพยาบาลบางแห่งเริ่มไปลงทุนในมองโกเลีย” นายจุรินทร์กล่าว

นายจุรินทร์ กล่าวด้วยว่า ทั้งสองฝ่ายได้หารือเรื่องตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน และได้เชิญให้ท่านทูตประสานเอกชนหรือผู้นำเข้าของมองโกเลีย เข้าร่วมชมงาน และกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ ในงาน THAIFAXที่จะจัดขึ้นในเดือนกันยายน 2564 สนับสนุนการนำเข้าสินค้าอาหารของไทย เช่น ข้าว เครื่องปรุงรส อาหารกระป๋อง อาหารแปรรูป เครื่องดื่ม น้ำตาล ผลิตภัณฑ์ยางและเครื่องมือแพทย์ และกระดาษ เป็นต้น สำหรับประเด็นถัดมา เมื่อสถานการณ์การเดินทางระหว่างประเทศกลับมาเป็นปกติ จะเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวจากมองโกเลียเข้ามาท่องเที่ยวในไทย โดยเฉพาะการเข้ามารับบริการด้านสุขภาพ

ภายหลังการหารือได้ข้อสรุปร่วมกัน คือ ทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าจะเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน จากมูลค่า 1,140 ล้านบาท ในปี 2563 เป็น 3,000 ล้านบาท ในปี 2566 เสนอให้มีการจัดตั้งอนุกรรมการทางการค้าภายใต้คณะทำงานร่วมเจรจาระหว่างไทยกับมองโกเลีย โดยกระทรวงพาณิชย์รับจะเป็นเจ้าภาพ รวมทั้งจะเร่งกำหนดข้อตกลงเรื่องการคุ้มครองการลงทุนระหว่างกัน และเร่งบังคับใช้ข้อตกลงการจัดเก็บภาษีซ้อนโดยเร็ว นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะทำงานร่วมกันเพื่อลดต้นทุนการขนส่ง

ปัจจุบัน มองโกเลียเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับ 6 ของไทยในกลุ่มภูมิภาคเอเชียตะวันออก และอันดับที่ 126 ในตลาดโลก มูลค่าการค้าในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา (2559-2563) เฉลี่ยปีละ 49.8 ล้านเหรียญสหรัฐ (1,540ล้านบาท) โดยในปี 2563 การค้าสองฝ่ายมีมูลค่า 36.68 ล้านเหรียญสหรัฐ (1,150 ล้านบาท) ลดลง 0.63%จากปี 2562 สำหรับในช่วง 3 เดือน ของปี 2564 (ม.ค.-มี.ค.) การค้าสองฝ่ายปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 20.21%มูลค่ารวม 13.46 ล้านเหรียญสหรัฐ (423ล้านบาท) สินค้าส่งออกศักยภาพของไทย ได้แก่ กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ สิ่งปรุงรสอาหาร และผลิตภัณฑ์ยาง ส่วนสินค้าที่ไทยนำเข้าจากมองโกเลีย ได้แก่ สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ สินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ สบู่ ผงซักฟอกและเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่นๆ

บันทึกเทปถวายพระพร เนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  นายสินิตย์  เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์     

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์  นายทศพล  ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และนายวุฒิไกร  ลีวีระพันธุ์  อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา  บันทึกเทปถวายพระพร เนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา  พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๔  ณ  สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) 

 
“ปลัดพาณิชย์”เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามการเชื่อมโยงส่งออกผลไม้ไทยจากพาณิชย์จังหวัดสู่ตลาดฮ่องกง ปริมาณ 2,200 ตัน มูลค่า 100 ล้านบาท
 
 
 เผยเป็นผลงานตามนโยบาย “จุรินทร์” ที่ให้สร้างโมเดลการค้าใหม่รับยุค New Normal ใช้ช่องทางการเจรจาทำความตกลงการซื้อขายผ่านออนไลน์ โดยความร่วมมือของเซลส์แมนจังหวัดและเซลส์แมนประเทศ 
 
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วันที่ 14 พ.ค. 2564 กระทรวงพาณิชย์เป็นสักขีพยานการลงนาม Memorandum of Purchasing (MOP) การเชื่อมโยงส่งออกผลไม้ไทยจากพาณิชย์จังหวัดสู่ตลาดฮ่องกง ผ่านระบบ Zoom ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการโสมสวลี ชั้น 11 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยเป็นการลงนามซื้อขายมะม่วงระหว่างผู้ส่งออกไทยกับผู้นำเข้าฮ่องกง ปริมาณรวม 2,200 ตัน มูลค่ารวม 100 ล้านบาท โดยมี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ (นายรณรงค์  พูลพิพัฒน์) ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว(นายเกียรติศักดิ์ จันทรา) รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี (นายจรูญศักดิ์ สิงหเดช) รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (นายวิทยากร มณีเนตร) ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง (นางชณันภัสร์ พิศาลอภิพงศ์) พาณิชย์จังหวัดปทุมธานี (นางรวีพรรณ ช้างเย็นฉ่ำ) ประธานหอการค้าจังหวัดปทุมธานี (นายสุรพงษ์ เป้ากลาง) พาณิชย์จังหวัดสระแก้ว (นางสาวนงเยาว์ ศรีฉันทะมิตร) เกษตรจังหวัดสระแก้ว (นายประจักร์ ประสงค์สุข) ประธานหอการค้าจังหวัดสระแก้ว (นายบำรุง ล้อเจริญวัฒนะชัย) และประธาน MOC Biz Club จังหวัดสระแก้ว (นายเกษมสันต์ ศรีโสภา) ร่วมเป็นสักขีพยาน
 
สำหรับการซื้อขายมะม่วงดังกล่าว แยกเป็นจังหวัดปทุมธานี ปริมาณ 1,200 ตัน มูลค่า 55 ล้านบาท ระหว่างบริษัท Freco Asia Company Limited ผู้ส่งออกไทย กับบริษัท Shing Kee Lan Company Limited ผู้นำเข้าฮ่องกง และจังหวัดสระแก้ว ปริมาณ 1,000 ตัน มูลค่า 45 ล้านบาท ระหว่าง เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนมะม่วงจังหวัดสระแก้ว ผู้ส่งออกไทย กับบริษัท Chiang Mai Herbs Trading Limited ผู้นำเข้าฮ่องกง 
และ “การซื้อขายมะม่วงในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้ของไทย เข้าสู่ตลาดฮ่องกงได้เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีช่องทางการจำหน่ายและส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ช่วยให้มีความรู้ในการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพมาตรฐานและตรงตามที่ตลาดต้องการ ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น จากการกิจกรรม Online Business Matching ที่สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์ในช่วงต้นปี ทำให้สถิติการส่งออกมะม่วงจากประเทศไทยสู่ฮ่องกงในไตรมาสแรกของปี 2564 เติบโตร้อยละ 464 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา รวมทั้งสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่มะม่วงน้ำดอกไม้ของไทย โดยเกิดเทรนด์การนำมะม่วงน้ำดอกไม้ไทยเป็นของฝากที่มีคุณภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลไม้ไทย” นายบุณยฤทธิ์กล่าว 
 
การลงนามซื้อขายผ่านทางออนไลน์ ยังเป็นสร้างโมเดลการค้าใหม่ให้เกิดขึ้นรองรับยุค New Normal ตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัด ในฐานะเซลส์แมนจังหวัด ทำงานร่วมกับผู้ประกอบการ เกษตรกร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัด และทูตพาณิชย์ทำหน้าที่เป็นเซลล์แมนประเทศ ทำงานร่วมกับผู้ส่งออก ผู้นำเข้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในต่างประเทศ และให้เซลล์แมนจังหวัดและเซลล์แมนประเทศประสานการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันการส่งออกสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าของจังหวัดไปยังตลาดต่างประเทศให้มากยิ่งขึ้น
 
โดยเฉพาะในส่วนของจังหวัดสระแก้ว จะมีการต่อยอดทำเป็น “สระแก้วโมเดล” ในการพัฒนามะม่วงน้ำดอกไม้ เพื่อส่งออกไปยังตลาดฮ่องกง ให้มีคุณภาพมาตรฐานระดับสูง โดยจะร่วมมือกันระหว่างสำนักงานพาณิชย์จังหวัดกับสำนักงานเกษตรจังหวัดและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนมะม่วงจังหวัดสระแก้ว เพื่อการส่งออกที่ยั่งยืน
 
นอกจากนี้เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จและฤดูการเก็บเกี่ยวผลไม้ที่ใกล้เข้ามา สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง เตรียมการจัด “การเจรจาธุรกิจออนไลน์ Online Business Matching ผลไม้ไทยเข้าสู่ตลาดฮ่องกง” ระหว่างวันที่ 24 – 28 พฤษภาคม 2564 โดยมีผลไม้เป้าหมายคือ ทุเรียน มังคุด ส้มโอ เงาะ ลำไย เนื่องจากเป็นที่นิยมของชาวฮ่องกง ขณะนี้มีเกษตรกรและผู้ประกอบการสมัครเข้าร่วมจำนวน 20 ราย จาก 11 จังหวัด โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดร่วมตรวจสอบศักยภาพและความพร้อมของเกษตรกรและผู้ประกอบการ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้นำเข้าว่าจะได้รับสินค้าที่ดีมีคุณภาพสูงระดับส่งออก อีกทั้งจะมีการดำเนินการลักษณะนี้โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ในประเทศอื่น ๆ ด้วย และมีการจัดงานส่งเสริมผลไม้ไทยในตลาดฮ่องกงและจีน อาทิ งาน Thai Fruits Festival และ Thai Fruits Golden Month ในเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน 2564
 
ทั้งนี้ ภาพการค้ารวมระหว่างไทย – ฮ่องกง ในปี 2563 มีมูลค่า 13,297.80 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยการส่งออกสินค้าไทยไปฮ่องกง มีมูลค่า 11,292.25 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และการนำเข้าสินค้าจากฮ่องกงไปไทย 
มีมูลค่า 2,005.55 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในส่วนของการส่งออกสินค้าผลไม้มีมูลค่า 361.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ 
มีอัตราขยายตัวร้อยละ 23.90 ในไตรมาสแรกของปี 2564 สถิติการส่งออกมะม่วงจากประเทศไทยสู่ฮ่องกง
มีมูลค่า 1.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีอัตราขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญร้อยละ 464