TH  EN  

header-หน้าใน

MOC i-Service

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “นโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมการส่งออก การบริโภคภายในและการส่งเสริม SME’s” และมอบโล่รางวัลโครงการประกวดสมาคมการค้าดีเด่น ประจำปี 2563

2908
18.09.63

Sep 18 1

          นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “นโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมการส่งออก การบริโภคภายในและการส่งเสริม SME’s” และมอบโล่รางวัลโครงการประกวดสมาคมการค้าดีเด่น ประจำปี 2563  เมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2563  ณ ห้องเวิลด์บอลรูม ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์  (สร. 18 ก.ย. 63)

          จากนโยบายการค้าที่สำคัญของกระทรวงพาณิชย์ภายใต้การนำของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ด้านการส่งเสริมและพัฒนา SMEs พร้อมสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายภาคธุรกิจการค้าของไทย และให้เอกชนเป็นทัพหน้าโดยมีกระทรวงพาณิชย์เป็นทัพหนุนนั้น กระทรวงพาณิชย์และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้จัดสัมมนาสมาคมการค้าและมอบรางวัลสมาคมการค้าดีเด่น ประจำปี 2563หรือ Together is Power 2020ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ในวันนี้ (18กันยายน 2563) โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จัดงานขึ้นเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจที่ดีแก่สมาคมการค้าที่มีการบริหารจัดการตามเกณฑ์มาตรฐานสากล ประกอบกับกระตุ้นให้สมาคมการค้าพัฒนาองค์กรและบทบาทในการพัฒนาธุรกิจของประเทศ พร้อมผลักดันให้ธุรกิจไทยสามารถเติบโตตามมาตรฐานธุรกิจสากลด้วย

          ในงานนี้นายจุรินทร์ เป็นประธานมอบรางวัลและปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “นโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมการส่งออกการบริโภคภายในประเทศและการส่งเสริม SMEs” โดยระบุว่าการจัดงานมอบรางวัลฯ ในครั้งนี้สะท้อนถึงความสำเร็จในการส่งเสริมให้สมาคมการค้าซึ่งเป็นตัวแทนภาคธุรกิจได้เกิดการสร้างเครือข่ายระหว่างกันและเป็นที่น่ายินดีแก่สมาคมการค้าและผู้บริหารที่ได้รับรางวัล ซึ่งทั้งหมดจะเป็นกำลังสำคัญในการเดินหน้าเศรษฐกิจของประเทศต่อไป และว่าประเทศเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานรากเรามีหอการค้าจังหวัด หอการค้าต่างประเทศ และสมาคมการค้า 137สมาคมและอยากให้ส่วนภูมิภาคมีบทบาทมากขึ้นในการพัฒนาต่างจังหวัด เพื่อสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล  โดยบทบาทคือ การพัฒนาเทคโนโลยีเดินหน้าสู่การค้าการลงทุนในยุค New Normal

          "รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ ให้ความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เนื่องจากไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ดังนั้น SMEs จึงสำคัญยิ่งนอกจากนี้ มีการแก้เรื่องกฎหมายใน พรบ.หอการค้า (ปัจจุบันรอลงมติ) เพื่อช่วยประกอบการการค้าการลงทุนทั้งในและต่างประเทศให้สะดวกยิ่งขึ้น และสามารถออกเอกสารแทนรัฐได้ เช่น ใบรับรอง ใบกำกับภาษี เพื่อความสะดวกในต่างประเทศ โดยไม่ต้องไปกรมการกงสุล และเมื่อมีเรื่องข้อพิพาท หอการค้าจัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้งได้ โดยไม่จำเป็นต้องไปศาล และยุคนี้เราได้จัดตั้ง กรอ.พาณิชย์ขึ้นเพื่อผลักดันการส่งออกโดยเอกชนนำเป็นทัพหน้ามีกระทรวงพาณิชย์สนับสนุน พร้อมปรับบทบาททูตพาณิชย์และพาณิชย์จังหวัด โดยให้เป็น Saleman ประเทศ และ Saleman จังหวัด ปรับรูปแบบการค้าแบบออนไลน์ และ Contract Farming ให้ความสำคัญการค้าชายแดน มีบทบาทมากขึ้น รมว.เปิดด่านทั่วประเทศ ผ่านมาเลเซีย พม่า ลาว เพื่อส่งไปจีน ให้มีการปรับกิจกรรมแบบออนไลน์ และสนับสนุนเปิดโอกาสให้ SMEs ไปงานแฟร์ระดับประเทศมากยิ่งขึ้น " นายจุรินทร์ กล่าว

          ด้านนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า  กล่าวว่า กองส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ยินดีกับสมาคมการค้าที่เข้ารับรางวัลได้ผ่านการตัดสินจากคณะกรรมการที่มาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยนำหลัก Balanced Scorecard หรือ BSC มาใช้ในการประเมินศักยภาพสมาคมการค้าที่มีการบริหารจัดการเป็นเลิศใน 4มิติ คือ 1.ผลสำเร็จตามพันธกิจ พิจารณาจากการเติบโตของสมาชิก สมรรถนะทางการเงิน การให้บริการ ความมีส่วนร่วมของสมาชิก และการประสานงานกับหน่วยงานภายนอก 2.ความสามารถในการบริหารจัดการ พิจารณาจากวิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม และการปฏิบัติตามกฎระเบียบและพระราชบัญญัติสมาคมการค้า 3.คุณภาพการให้บริการ พิจารณาจากความพึงพอใจของสมาชิก หน่วยงานภายนอก และนำมาพัฒนาสมาคมการค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และ 4.การพัฒนาองค์กร พิจารณาจากการบริหารด้วยหลักธรรมาภิบาล การพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง การพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ และความคิดสร้างสรรค์ในการดำเนินกิจกรรมของสมาคมการค้า

          ในปีนี้มีสมาคมการค้าที่ได้รับ ‘รางวัลสมาคมการค้าดีเด่น’ จำนวน 24สมาคม แบ่งเป็น 45รางวัล ตามรายมิติ  โดยแยกเป็น 3กลุ่มได้แก่ กลุ่มที่ 1จัดตั้ง 1-5ปี จำนวน 1สมาคม 3รางวัล คือ สมาคมการค้าบิสคลับไทย กลุ่มที่ 2จัดตั้ง 6-15ปี จำนวน 7สมาคม 12รางวัล คือ สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (ได้รับรางวัลสมาคมการค้ายอดเยี่ยม), สมาคมอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และโทรคมนาคมไทย, สมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย, สมาคมผู้ผลิตท่อโลหะและแปรรูปแผ่นเหล็ก, สมาคมธุรกิจคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น, สมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย และสมาคมเหล็กแผ่นรีดเย็นไทย และกลุ่มที่ 3จัดตั้ง 16ปีขึ้นไป จำนวน 16สมาคม 30รางวัล คือ สมาคมประกันชีวิตไทย (ได้รับรางวัลสมาคมการค้ายอดเยี่ยม), สมาคมตัวแทนออกของรับอนุญาตไทย, สมาคมไทยแนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ, สมาคมประกันวินาศภัยไทย, สมาคมตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศไทย, สมาคมโรงแรมไทย, สมาคมนักประเมินราคาอิสระไทย, สมาคมรถเช่าไทย, สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว, สมาคมอุตสาหกรรมเยื่อและกระดาษไทย, สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร, สมาคมการขายตรงไทย, สมาคมเครื่องทำความเย็นไทย, สมาคมการค้านวัตกรรมการพิมพ์ไทย, สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว และสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์คอนกรีตไทย

          นอกจากนี้ยังมีการมอบ ‘รางวัลผู้บริหารสมาคมการค้าดีเด่น’ ให้กับผู้บริหารที่มีคุณลักษณะใน 5ด้าน คือ การสร้างเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความซื่อสัตย์โปร่งใส ความสามารถในการบริหารงานสมาคมการค้า การเผยแพร่ข้อมูลและสร้างความร่วมมือ การสร้างความเจริญเติบโตให้แก่สมาคมการค้า และสร้างสรรค์ให้แก่สมาคมการค้า จำนวน 8รางวัล แบ่งเป็น 2รางวัลได้แก่ รางวัลนายกสมาคมการค้าดีเด่นจำนวน 4รายคือ ดร.กรัณย์ สุทธารมณ์ นายกสมาคมการค้าบิสคลับไทย นางกนิษฐ์ เมืองกระจ่าง นายกสมาคมอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และโทรคมนาคมไทย นายวสันต์ เคียงศิริ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และนางนุสรา บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย และรางวัลกรรมการศักยภาพดีเด่น จำนวน 4รายคือ นางสาวชุติพร อธิเกียรติ เลขาธิการสมาคมธุรกิจคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น นายกำจร คุณวพานิชกุล อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคมไทย นายวรัทภพ แพทยานันท์ เลขาธิการสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และ ดร.สุมาลี ว่องเจริญกุล เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว 

          และในงานนี้ยังมี ดร.ศุภวุฒิ  สายเชื้อ ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยภัทร กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เรื่อง “ทิศทางเศรษฐกิจโลกและไทยจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร” ซึ่งผู้เข้าร่วมงานที่เป็นทั้งสมาคมการค้าและนักธุรกิจจะมองเห็นโอกาสทางการค้าและนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจได้ในที่สุด สอดรับกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของไทยทำให้ทุกฝ่ายโดยเฉพาะสมาคมการค้าที่จะมีบทบาทสำคัญในการนำพาธุรกิจไทยร่วมมือร่วมใจกันจับมือเพื่อฝ่าฟันอุปสรรคในครั้งนี้ไปพร้อมกัน ด้านนายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย  เดิมๆมากในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาเพิ่มนายกรัฐมนตรีและการประชุมพาณิชย์อย่างสม่ำเสมอและสภาหอการค้า ฯและภาคเอกชนได้มีโอกาสเสนอความเห็นร่วมหาทางออกร่วมกับกระทรวงพาณิชย์อย่างเข็มแข็ง ซึ่งทุกฝ่ายพร้อมปรับรูปแบบเพื่อการบริหารธุรกิจในสภาวะโควิด-19ซึ่งเป็นกันทั้งโลก

MOC e-Service
MOC e-Service
MOC e-Service
MOC e-Service
563 ถนนนนทบุรี ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 
Call center 1203 (02-507-7000,02-507-8000)
โทรสาร 02-547-5209-10
E-mail:webmaster@moc.go.th

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2559  กระทรวงพาณิชย์   Ministry of Commerce

 

Button Ipv6 Big   Wcag2AA

รองรับการทำงานบน Internet Explorer v9+, Firefox v.20+, Safari v.5+, Chrome v.25+, Opera v.10+
 

จำนวนผู้ชม : 8072593

กระทรวงพาณิชย์