MOC 102 Years

Header Image
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งคณะทํางานร่วมด้านความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างไทย-ออสเตรีย ร่วมกับนายมาร์ทิน ค็อคเค่อร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและเศรษฐกิจของออสเตรีย เมื่อวันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2565 ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร กระทรวงพาณิชย์
watermark

          นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งคณะทํางานร่วมด้านความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างไทย-ออสเตรีย ร่วมกับนายมาร์ทิน ค็อคเค่อร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและเศรษฐกิจของออสเตรีย 
          นายจุรินทร์ กล่าวว่า ประเทศไทยกับออสเตรียจะได้มีโอกาสลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งคณะทำงานร่วมด้านความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างกระทรวงแรงงานและเศรษฐกิจของสาธารณรัฐออสเตรียกับกระทรวงพาณิชย์แห่งราชอาณาจักรไทย ปี 2564 มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับออสเตรีย มีมูลค่ารวมกันประมาณ 740 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบเล็กน้อย แต่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของการค้าระหว่างกัน 5 ปีรวมกัน ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 720 ล้านเหรียญสหรัฐ
           ท่ามกลางสภาพความผันผวนทางเศรษฐกิจและผลกระทบจาก โควิด-19 MOU ที่จะมีการลงนามกันในวันนี้จะมีผลสำคัญระหว่าง 2 ประเทศจะก่อให้เกิดความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจการค้าวิชาการร่วมกัน
และที่สำคัญอย่างยิ่งจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับออสเตรียทางด้านการค้าที่จะก่อให้เกิดกลไกที่เป็นรูปธรรมและเป็นทางการในการผลักดันการขยายตัวทางด้านการค้าการลงทุนระหว่างกันอย่างเป็นทางการ และมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือความร่วมมือที่จะขับเคลื่อนร่วมกันภายหลังการลงนาม MOU ในวันนี้นั้นประกอบด้วย 10 สาขา 1) อุตสาหกรรมยานยนต์ 2) บริการด้านการบริหารจัดการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 3) การเกษตรอินทรีย์ 4) เศรษฐกิจหมุนเวียน 5) เมืองอัจฉริยะ 6) วิสาหกิจขนาด กลาง ขนาดย่อม และรายย่อย 7) สตาร์ทอัพ 8) การพัฒนากำลังคน 9) อุตสาหกรรมเครื่องจักรกล หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ และ 10) เทคโนโลยีสิ่งทอ ทั้ง 10 สาขานี้ ทั้ง 2 ประเทศถือว่ามีศักยภาพและทรัพยากรที่ส่งเสริมซึ่งกันและกันล้วนเป็นสาขาธุรกิจแห่งอนาคตในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและลดความเหลื่อมล้ำในสังคมของทั้ง 2 ประเทศได้เป็นอย่างดี
          “หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการทำงานร่วมกันทั้งในระดับรัฐต่อรัฐและเอกชนต่อเอกชนภายใต้กลไกใหม่ที่จะจัดตั้งขึ้นคือ คณะทำงานร่วมด้านความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างไทย-ออสเตรียนี้ จะมีส่วนสำคัญในการพัฒนาให้ประเทศของเราเป็นทั้งพันธมิตรและหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจการค้าที่สำคัญและใกล้ชิดยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าว
          ข้อมูลจากกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศระบุว่า  ภายหลังจากการลงนาม MOU นายจุรินทร์ได้พานายมาร์ทิน ค็อคเค่อร์ เดิมชมบูธสินค้าจากภาคเอกชนที่นำมาจัดแสดง เช่น น้ำพริก น้ำจิ้มไก่ เครื่องปรุงรส เครื่องแกง ข้าวหอมมะลิ ผักและผลไม้จากไทย อาทิ เงาะ มะม่วงและแก้วมังกร เป็นต้น โดยสาธารณรัฐออสเตรียเป็นตลาดส่งออกอันดับ 56 ของไทย (อันดับที่ 13 ใน สหภาพยุโรป) โดยไทยส่งออกไปสาธารณรัฐออสเตรียเป็นมูลค่า 267.39 ล้านดอลลาร์ สหรัฐ (8,441.62 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปี 2563 17.55% สำหรับสินค้าส่งออกสำคัญได้แก่ 1)รถยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ(+51.04%) 2)อัญมณีและเครื่องประดับ (+146.26%) 3)เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว (+7.78%) 4) เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ (+39.72%) 5) แผงสวิทซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า (-47.08%)

 


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image


คะแนนโหวต :