นายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในเน้นย้ำความสำคัญของการส่งเสริมและพัฒนาระบบการตลาดสินค้าเกษตรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลไม้ภาคใต้ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่ ล่าสุด กรมฯ ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ณ ตลาดผลไม้มรกต จังหวัดชุมพร และตลาดสี่มุมเมือง จังหวัดปทุมธานี เพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่การค้าตั้งแต่แหล่งผลิตต้นทางไปจนถึงผู้บริโภคปลายทาง ควบคู่กับการใช้สื่อออนไลน์และกิจกรรมกระตุ้นการซื้อขาย เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดให้แก่ผลไม้ไทยในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก
สำหรับการดำเนินงาน ณ ตลาดผลไม้มรกต จังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นตลาดกลางสินค้าเกษตรสำคัญในพื้นที่แหล่งผลิต กรมการค้าภายในได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าและประชาสัมพันธ์ตลาด โดยนำนักแสดงชื่อดัง “พิ้งกี้ สาวิกา” ร่วมถ่ายทอดสด (Live) คู่กับรองอธิบดีกรมการค้าภายใน เพื่อพาชมบรรยากาศการซื้อขาย สินค้า และผู้ประกอบการภายในตลาด ผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งช่วยสร้างการรับรู้และขยายฐานผู้บริโภคสู่กลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง นอกจากนี้ ยังได้จัดกิจกรรมแจกคูปองแทนเงินสดมูลค่า 200 บาท สำหรับรถบรรทุกทุเรียนที่นำผลผลิตมาชั่งน้ำหนักตั้งแต่ 1 ตันขึ้นไป เพื่อนำกลับมาใช้เป็นส่วนลดในการซื้อขายครั้งถัดไป พร้อมมอบสติกเกอร์ “คำซิ่งท้ายกระบะ” เพื่อสร้างสีสันทางการค้า ก่อนร่วมกันปล่อยขบวนคาราวานรถบรรทุกทุเรียน เชื่อมโยงผลผลิตจากแหล่งปลูกไปสู่ตลาดและผู้บริโภคทั่วประเทศ
รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ตลาดมรกตเป็นกลไกหลักในการเชื่อมโยงสินค้าเกษตรจากแหล่งผลิตเข้าสู่ระบบการค้า โดยเฉพาะทุเรียนและผลไม้ภาคใต้ การส่งเสริมตลาดจึงไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มช่องทางการรับซื้อ แต่ยังมุ่งสร้างกิจกรรมทางการค้า สร้างการรับรู้ และเพิ่มโอกาสให้ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน กรมฯ ได้ขยายผลการส่งเสริมการตลาดไปยังตลาดสี่มุมเมือง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นตลาดกลางสำคัญระดับประเทศที่มีการปรับรูปแบบการดำเนินงานให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัล จากเดิมที่ผู้บริโภคต้องเดินทางมาซื้อสินค้า ณ พื้นที่ตลาด ปรับเปลี่ยนเป็นการสร้างคอนเทนต์นำเสนอสินค้า การถ่ายทำคลิปวิดีโอประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และการเปิดช่องทางสั่งซื้อออนไลน์ควบคู่กับการจำหน่ายหน้าร้าน
"ปัจจุบันพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การบริหารจัดการตลาดจึงต้องปรับตัวตาม ไม่ใช่เพียงแค่มีพื้นที่จำหน่ายสินค้า แต่ต้องสามารถนำสินค้าไปปรากฏให้ผู้บริโภคเห็นและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ซึ่งตลาดสี่มุมเมืองถือเป็นแบบอย่างของการผสานพื้นที่ตลาดเข้ากับเครื่องมือดิจิทัล ทำให้ผลไม้ตามฤดูกาลสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อได้กว้างขึ้น และช่วยกระตุ้นความต้องการซื้ออย่างสม่ำเสมอ" นายฉันทพัทธ์ กล่าว
ทั้งนี้ การดำเนินงานทั้งสองแห่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส : อร่อยมั่นใจ ผลไม้ไทยคุณภาพ” ซึ่งกรมการค้าภายในให้ความสำคัญกับการเพิ่มช่องทางการตลาดควบคู่กับการสร้างอุปสงค์ในตลาด โดยเชื่อมโยงตั้งแต่นักเกษตรกร แหล่งผลิต ตลาดกลาง ผู้ค้า ผู้รวบรวม ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ไปจนถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมใช้การประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างเส้นทางการบริโภคตั้งแต่การสร้างการรับรู้ ความสนใจ การบริโภค และนำไปสู่การตัดสินใจซื้อจริงในที่สุด เพื่อให้เกษตรกรจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรม ผู้ประกอบการมีช่องทางค้าขาย และผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าคุณภาพได้อย่างสะดวกสบาย
สำหรับสถานการณ์มังคุดภาคใต้ ประจำปี 2569 ผลผลิตได้ทยอยออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง และเข้าสู่ช่วงกระจายผลผลิตสูงสุดในช่วงปลายเดือนสิงหาคม โดยปัจจุบันมีมังคุดออกสู่ตลาดแล้วจำนวน 72,112 ตัน หรือคิดเป็นร้อยละ 52 ของปริมาณผลผลิตทั้งหมดที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 139,000 ตัน ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 75 กรมการค้าภายในจึงได้เร่งรัดมาตรการกระจายผลผลิตอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเชื่อมโยงระบายมังคุดจำนวนกว่า 500 ตัน และการเปิดลานประมูลจำนวน 3 จุด โดยตั้งเป้ารวบรวมผลผลิตให้ได้ประมาณ 10,000 ตัน ควบคู่กับการเชื่อมโยงตลาดกลางสินค้าเกษตร 3 แห่ง ได้แก่ ตลาดผลไม้มรกต ตลาดสี่มุมเมือง และตลาดไท ตลอดจนการประสานเครือข่ายห้างค้าปลีกสมัยใหม่จำนวน 6 ราย รวมกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ ร่วมรองรับและกระจายผลไม้ภาคใต้ไม่น้อยกว่า 10,000 ตัน เพื่อรองรับผลผลิตเข้าสู่ระบบการค้าอย่างมีเสถียรภาพและสร้างความมั่นคงด้านรายได้ให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน


