

ราคาน้ำมันโลกสูง หนุนเงินเฟ้อเดือนกันยายน 2569 เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.82
พาณิชย์เร่งบริหารสินค้า รับมือน้ำท่วม ดูแลค่าครองชีพประชาชน
กระทรวงพาณิชย์ โดยนายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และนายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) ร่วมแถลงภาวะเงินเฟ้อเดือนกันยายน 2569
และสถานการณ์ราคาสินค้า พร้อมมาตรการบริหารจัดการสินค้าและดูแลค่าครองชีพประชาชน ท่ามกลางผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานโลกและอุทกภัยในหลายพื้นที่ของประเทศ
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการ สนค. เผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือนกันยายน 2569 เท่ากับ 102.93 เมื่อเทียบกับเดือนกันยายน 2568 ซึ่งเท่ากับ 100.11 ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้นร้อยละ 2.82 (YoY) โดยมีปัจจัยสำคัญจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ยังคงทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อนหน้า จากผลกระทบของวิกฤตความมั่นคงทางพลังงานในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากพื้นที่ทางตอนใต้ของซาอุดีอาระเบีย
ถูกโจมตี ส่งผลให้เกิดความกังวลและความเสี่ยงต่อเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบฝั่งเอเชียที่อาจถูกจำกัด อีกทั้งสถานการณ์ความขัดแย้งยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลาย เนื่องจากการเจรจาทางการทูตระดับทวิภาคีระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่มีข้อยุติร่วมกัน นอกจากนี้ ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นในหลายด้าน ประกอบกับราคาอาหารสด ทั้งไข่ไก่ ไก่สด ผักสด และผลไม้สด ปรับตัวสูงขึ้น โดยผลผลิตบางส่วนได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ขณะที่ราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ข้อมูลล่าสุดเดือนสิงหาคม 2569 พบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยสูงขึ้นร้อยละ 2.53 (YoY) อยู่ในระดับต่ำอันดับที่ 39 จาก 139 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และอันดับที่ 5 ของอาเซียนจาก 10 ประเทศที่มีการประกาศตัวเลข (ติมอร์-เลสเต บรูไน มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย อินโดนีเซีย กัมพูชา เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และ สปป.ลาว)
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่สูงขึ้นร้อยละ 2.82 (YoY) ในเดือนนี้ เป็นผลจากหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้นร้อยละ 2.67 (YoY) โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ ค่าโดยสารสาธารณะ ค่าเช่าบ้าน ของใช้ส่วนบุคคล
สิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด อาหารสัตว์เลี้ยง และค่าแต่งผมบุรุษ ขณะที่สินค้าสำคัญบางรายการปรับลดลง อาทิ
ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าจ้างเหมาซ่อมแซมบ้าน ค่าห้องพักโรงแรม และเสื้อผ้าบางรายการ หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้นร้อยละ 3.07 (YoY) จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ อาทิ ข้าวสารเจ้า อาหารสำเร็จรูป ไข่ไก่ ไก่สด เนื้อสุกร ผักสด ผลไม้สด เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และเครื่องประกอบอาหาร อย่างไรก็ตาม สินค้าหลายรายการปรับลดลง อาทิ ผักสดและผลไม้สดบางชนิด มะพร้าว ซอสหอยนางรม ข้าวสารเหนียว และอาหารโทรสั่ง (Delivery)
อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก สูงขึ้นร้อยละ 1.50 (YoY) เร่งตัวขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2569 ที่สูงขึ้นร้อยละ 1.44 (YoY)
เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม 2569 ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปสูงขึ้นร้อยละ 0.25 (MoM) ตามการสูงขึ้นของหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ร้อยละ 0.30 (MoM) โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ปรับสูงขึ้น
ตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก รวมถึงของใช้ส่วนบุคคลบางรายการ ขณะที่ค่ากระแสไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ของใช้ส่วนบุคคลบางชนิด เสื้อผ้า และค่าธรรมเนียมผ่านทางพิเศษปรับลดลง ด้านหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้นร้อยละ 0.18 (MoM) จากการสูงขึ้นของราคาเนื้อสุกร ไก่สด ไข่ไก่ และผลไม้สดบางชนิด เนื่องจากผลผลิตบางส่วนได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ขณะที่ราคาผักสด ผลไม้บางชนิด อาหารโทรสั่ง (Delivery) ซอสหอยนางรม และกะทิสำเร็จรูปปรับลดลง
ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป ไตรมาสที่ 3 ปี 2569 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2568 สูงขึ้นร้อยละ 2.44 (YoY) และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ลดลงร้อยละ 0.45 (QoQ) ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเฉลี่ย 9 เดือนแรก
ของปี 2569 สูงขึ้นร้อยละ 1.54 (AoA)
สำหรับ นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้ติดตามผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่อย่างใกล้ชิด และเร่งบริหารจัดการสินค้าอุปโภคบริโภคที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยและสภาพอากาศแปรปรวน โดยเฉพาะผักสดและไข่ไก่ เพื่อให้มีปริมาณเพียงพอและลดแรงกดดันด้านราคา โดยได้เชื่อมโยงผักจากแหล่งผลิตที่ไม่ได้รับผลกระทบเข้าสู่ตลาดกลางและกระจายต่อไปยังตลาดสด ร้านค้า และร้านอาหาร ทำให้ราคาผักบางรายการเริ่มผ่อนคลายลง สำหรับไข่ไก่ กรมการค้าภายในร่วมกับกรมปศุสัตว์
ขอความร่วมมือฟาร์มยืดระยะการเลี้ยงแม่ไก่ยืนกรง เพื่อเพิ่มไข่ไก่เข้าสู่ระบบประมาณวันละ 2 ล้านฟอง พร้อมขอ
ความร่วมมือรักษาราคาขายหน้าฟาร์มและชะลอการส่งออกบางส่วน ตลอดจนตรวจสอบการจำหน่ายทั้งในการขายส่ง
และขายปลีกอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสและสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค ขณะเดียวกัน ได้ประสาน
ห้างค้าปลีก–ค้าส่ง ร้านสะดวกซื้อ ผู้ผลิต และซัพพลายเออร์ ให้เพิ่มสต็อกและปรับแผนกระจายสินค้า รวมทั้งขอความร่วมมือตรึงราคาและจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังเตรียมเปิดจุดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลที่สถานการณ์น้ำคลี่คลาย พร้อมดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้า ลดค่าครองชีพ” กว่า 1,000 จุด ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงอุปกรณ์ทำความสะอาด อุปกรณ์ซ่อมแซม เครื่องใช้ไฟฟ้า และวัสดุก่อสร้างในราคาประหยัด ควบคู่กับการติดตามตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าอย่างใกล้ชิด
เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับราคาและดูแลให้ประชาชนได้รับสินค้าในราคาที่เหมาะสม
แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ไตรมาสที่ 4 ปี 2569 คาดว่าจะเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น ได้แก่ (1) ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ทรงตัวสูงกว่าปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากวิกฤตความมั่นคงทางพลังงานในภูมิภาคตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น อีกทั้งสถานการณ์ยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลาย เนื่องจากการเจรจาทางการทูตระดับทวิภาคีระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่มีข้อยุติร่วมกัน (2) ราคาอาหารสำเร็จรูปทยอยปรับตัวสูงกว่าปีก่อนหน้า จากต้นทุนที่ปรับขึ้นในหลายด้าน (3) ค่าใช้จ่ายในการเดินทางปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าโดยสารรถประจำทาง ตามต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงกว่าปีที่ผ่านมา และ (4) ราคาอาหารสดที่มีความอ่อนไหวต่อสภาพอากาศ และมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากอุปทานบางส่วนได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่แปรปรวน สำหรับปัจจัยกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่ (1) ค่ากระแสไฟฟ้าในรอบเดือนกันยายน - ธันวาคม 2569 อยู่ที่หน่วยละ 3.86 บาท ซึ่งต่ำกว่ารอบก่อนที่หน่วยละ 3.95 บาท และ (2) ราคาสินค้าของใช้ส่วนบุคคลมีแนวโน้มปรับลดลง จากภาวะการแข่งขันที่สูง และผู้ประกอบการรายใหญ่จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ปรับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2569 จากเดิมที่อยู่ระหว่างร้อยละ 1.5 – 2.5 (ค่ากลางร้อยละ 2.0)
มาอยู่ที่ระหว่างร้อยละ 1.8 – 2.2 (ค่ากลางร้อยละ 2.0)
-------------------------------------
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า
กระทรวงพาณิชย์
6 ตุลาคม 2569