Header Image
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในงานแสดงมุทิตาจิตแด่ผู้เกษียณอายุราชการ กระทรวงพาณิชย์ ประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์
watermark

          นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในงานแสดงมุทิตาจิตแด่ผู้เกษียณอายุราชการ กระทรวงพาณิชย์ ประจำปี 2569 ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรกระทรวงพาณิชย์ ร่วมแสดงความขอบคุณและมุทิตาจิตแก่ผู้เกษียณอายุราชการ ซึ่งจะครบกำหนดเกษียณในวันที่ 30 กันยายน 2569 ทั้งนี้จำนวนผู้เกษียณอายุราชการของกระทรวงพาณิชย์ ประจำปี 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 102 ราย
         นางศุภจี กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่มีความหมายอย่างมากสำหรับผู้เกษียณอายุราชการ เพราะเป็นวันที่มีทั้งความยินดีและความเสียดายอยู่ในความรู้สึกเดียวกัน ยินดีกับพี่ ๆ ผู้บริหารและข้าราชการทุกท่านที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการจนเต็มเส้นทาง และกำลังจะออกไปดำเนินชีวิตในบทบาทใหม่ ขณะเดียวกันก็รู้สึกเสียดายและคิดถึง เพราะทุกท่านได้ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ และเวลาตลอดเส้นทางการทำงานให้กับกระทรวงพาณิชย์ แต่ท้ายที่สุดวันแห่งการเกษียณก็เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องยอมรับและก้าวต่อไป
          นางศุภจี กล่าวว่า ในช่วงเวลาต่อจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังต้องเผชิญกับความท้าทายและวิกฤตที่มีความซับซ้อนอีกมาก ซึ่งจะทำให้ภารกิจของกระทรวงพาณิชย์มีความหนักและท้าทายมากยิ่งขึ้น แต่สิ่งสำคัญคือกระทรวงมีผู้บริหารและบุคลากรรุ่นพี่เป็นแบบอย่าง ทั้งในด้านความทุ่มเท การสร้างผลงาน และการสร้างชื่อเสียงให้กับกระทรวงพาณิชย์ จนได้รับความชื่นชมในหลายด้าน และสิ่งเหล่านี้จะเป็นต้นแบบให้บุคลากรรุ่นต่อไปนำไปสานต่อ
          โดยภายในงาน นางศุภจี กล่าวถึงผู้บริหารที่กำลังเกษียณอายุราชการ โดยชื่นชม นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ที่ทุ่มเททำงานและคำนึงถึงประโยชน์ของกระทรวงเป็นหลัก นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ดูแลงานด้านต่างประเทศและได้ร่วมทำงานอย่างใกล้ชิด โดยเป็นภารกิจที่มีความท้าทาย และได้ช่วยผลักดันงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ รวมถึง นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ที่ทุ่มเททำงาน เดินทางปฏิบัติภารกิจในหลายพื้นที่ และขับเคลื่อนเป้าหมายด้านการส่งออกอย่างเต็มที่ เป็นแบบอย่างให้เห็นว่าทุกเวลานาทีมีคุณค่า 
          และฝากข้อคิดให้กับข้าราชการทุกท่านที่กำลังจะเกษียณใน 3 เรื่อง
          เรื่องแรก ขอให้เป็น “นักสำรวจ” โดยการเกษียณอายุราชการไม่ใช่การหยุดเดินของชีวิต แม้จะสิ้นสุดการทำงานในฐานะข้าราชการประจำของกระทรวงพาณิชย์ แต่ชีวิตยังมีเส้นทางอีกยาวไกล จึงอยากให้ทุกท่านไม่หยุดค้นหาและสำรวจบทบาทใหม่ ๆ ของชีวิต กำหนดเส้นทางที่ต้องการเดินต่อไป และสร้างประโยชน์ให้กับตนเอง ครอบครัว และผู้อื่น
          เรื่องที่สอง ขอให้เป็น “นักเดินทาง” เพราะการเดินทางระยะยาวจำเป็นต้องรู้ว่าอะไรควรวางและอะไรควรเก็บติดตัวไป สิ่งที่ผ่านมาในการทำงานย่อมมีทั้งอุปสรรค ความท้าทาย และเรื่องที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง สิ่งเหล่านั้นสามารถทิ้งไว้เบื้องหลัง ขณะที่ความรู้สึกที่ดี ความประทับใจ ผลงานที่สร้างประโยชน์ ความภาคภูมิใจ คุณค่า ความทรงจำ และมิตรภาพ ควรเก็บเกี่ยวและนำติดตัวไปสู่เส้นทางใหม่ของชีวิต
          และเรื่องสุดท้าย ขอให้เป็น “นักกายกรรม” เพราะการเดินไปข้างหน้าของชีวิตจำเป็นต้องรักษาความสมดุลในหลายด้าน ทั้งสุขภาพ ครอบครัว และความสุขของตนเอง พร้อมเลือกทำสิ่งที่อยากทำ และมองเห็นความสุขเล็ก ๆ ที่อยู่รอบตัวในแต่ละวัน เพราะความสุขอยู่รอบตัวเรา อยู่ที่เราจะหยิบฉวยความสุขเหล่านั้นขึ้นมาหรือไม่
          นางศุภจีกล่าวในช่วงท้ายว่า ขอขอบคุณผู้เกษียณอายุราชการทุกท่านสำหรับทุกช่วงเวลาที่มอบให้แก่กระทรวงพาณิชย์ รวมถึงความทุ่มเท ความเสียสละ และคุณค่าที่ทุกท่านได้ร่วมกันสร้างไว้ พร้อมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ดลบันดาลให้ผู้เกษียณอายุราชการทุกท่านและครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพแข็งแรง และมีความสุขกับทุกช่วงเวลาของชีวิตหลังเกษียณ
          “ขอให้ท่านทั้งหลายภาคภูมิใจในสิ่งที่ได้ทำมา ก้าวต่อไปด้วยความสุขและความทรงจำที่ดี จากพวกเรากระทรวงพาณิชย์ทุกคน” นางศุภจีกล่าว

 


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line Line

คะแนนโหวต :
starstarstarstarstar