MOC 101 Years

Header Image
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน LGBTQ+ Market Place เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน 2565 ณ ลานน้ำพุ ชั้น 1 ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ถนนศรีนครินทร์
watermark

          นายจุรินทร์ กล่าวว่า ปัจจุบันสังคมโลก สังคมไทยเปิดกว้างให้กับผู้มีความหลากหลายทางเพศมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเพศใดอย่างไร เป็นที่ยอมรับ มีความเสมอภาคในฐานะมนุษยชนเท่าเทียมกัน ที่เราต้องเดินหน้าขับเคลื่อนต่อไปคือทำอย่างไรให้ LGBTQ+ มีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมมากยิ่งขึ้น งานวันนี้เป็นการสะท้อนอีกหนึ่งภารกิจของความร่วมมือของทุกฝ่ายที่ช่วยกันผลักดันให้ LGBTQ+ 
เข้ามามีบทบาทส่งเสริมเศรษฐกิจให้กับตนเอง ครอบครัวและประเทศของเรามากยิ่งขึ้น งานวันนี้เป็นงานแสดงสินค้าที่พวกเรา LGBTQ+ เป็นเจ้าของกิจการทั้งในรูปแบบ SMEs และ Micro SMEs ซึ่งกระทรวงพาณิชย์และห้างซีคอนเข้ามามีบทบาทร่วมกับพวกทุกฝ่ายช่วยให้เกิดงานวันนี้ขึ้น ตนคิดว่าการจัดงานครั้งนี้ ช่วยให้พวกเรามีส่วนเลี้ยงตนเองและเลี้ยงธุรกิจให้เดินหน้าต่อไปได้ การจับมือร่วมกันของ LGBTQ+ พลังก็จะเกิดมากขึ้นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้พัฒนายิ่งขึ้นต่อไป
          สำหรับรัฐบาลและตนในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับ LGBTQ+  และให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ พรรคประชาธิปัตย์ถือเป็นพรรคการเมืองหนึ่งที่ตั้งคณะทำงานสนับสนุนด้านนี้โดยเฉพาะโดยคุณแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมระหว่างเพศ พรรคประชาธิปัตย์ ทำงานร่วมกับพวกเรามาตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่องเป็นที่ประจักษ์
          ขอแสดงความยินดีกับพวกเราล่วงหน้า สภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างกฏหมายที่ในอนาคตถ้าผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาตามขั้นตอนกระบวนการแล้ว LGBTQ+ก็สามารถจดทะเบียนเป็นคู่ชีวิตและได้รับสิทธิประโยชน์เสมือนเป็นคู่สมรสเกือบทุกประการในอนาคต  เมื่อวานอาจสับสนเพราะมีความแตกต่างของร่างกฎหมายคือสิทธิที่บอกว่าต้องการให้เกิดการสมรสเปิดโอกาสให้ทุกเพศสามารถจดทะเบียนสมรสได้ และอีกซีกหนึ่งบอกว่าจะทำให้เกิดปัญหาตามมาในรูปที่กฎหมายอื่นนอกจากกฎหมายที่ทำให้เกิดการสมรสระหว่างเพศเดียวกันแล้วระบุคำว่าคู่สมรสในกฎหมายอีก 60-70 ฉบับ ในระหว่างที่ยังไม่แก้จะเกิดปัญหาภาคปฏิบัติตามมา จึงมีกฎหมายของรัฐบาลเกิดขึ้นว่าอย่าเรียกว่า”คู่สมรส” จะเป็นปัญหาในประมวลแพ่งพาณิชย์และกฎหมายอื่นๆ ให้เรียกว่า “คู่ชีวิต” แทนเปิดโอกาสให้เพศชายกับชาย และหญิงกับหญิงสามารถแต่งงานกันได้ แต่เรียกว่า “คู่ชีวิต” เพื่อไม่ต้องแก้กฎหมายอื่น แต่ยังไม่จบปัญหาคืออีกฝ่ายถ้าเรียกว่า “คู่ชีวิต”ไม่ควรระบุเพศ เพื่อจะได้ไม่สร้างความแตกต่างระหว่างเพศ จึงเป็นที่มาของร่างที่ 3 ซึ่งเป็นร่างของพรรคประชาธิปัตย์ เสนอโดย ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เพื่อเป็นทางออก ให้เรียกว่า “คู่ชีวิต”แต่จะไม่ระบุว่าหญิงกับหญิงหรือชายกับชายเป็นการระบุความแตกต่างระหว่างเพศให้ระบุว่า “บุคคล”แทน ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน จดทะเบียนคู่ชีวิตได้ และได้รับสิทธิประโยชน์เสมือนเป็นคู่สมรสตามกฏหมายแพ่งพาณิชย์เกือบทุกประการ เป็นทางออกที่เสนอโดยพรรคประชาธิปัตย์ สภารับร่างนี้รวมเข้าไปด้วย จากนี้จะเป็นกระบวนการของรัฐสภาเมื่อถึงเวลาที่กฎหมายคลอดออกมาบังคับใช้การส่งเสริมความหลากหลายทางเพศความเท่าเทียมระหว่างเพศจะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมสำหรับพวกเราอีกประการหนึ่ง
          “ตนดีใจที่มีส่วนมาช่วยพวกเราในเรื่องของเศรษฐกิจ ที่จัดงานนี้ขึ้นมาได้โดยเฉพาะงานนี้ จัดขึ้นในช่วงที่เหมาะสมอย่างยิ่งเพราะเดือนนี้เป็นเดือน Pride Month ซึ่งเป็นเดือนที่ทั้งโลกส่งเสริมสนับสนุนให้ LGBTQ+เป็นที่ยอมรับในสังคมอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้นและเป็นเดือนที่ระบุชัดเจนว่าให้พวกเรามีที่ยืนที่งดงามที่เป็นที่ยอมรับของคนทั้งโลก ประเทศไทยให้ความสำคัญงานวันนี้ ซึ่งตนและทุกคนที่มาร่วมงานวันนี้ให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าว

 


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image


คะแนนโหวต :