Header Image
นางวีเบ็คก้า ลิสซานด์ เลียร์วาก (Mrs. Vibeke Lyssand Leirvag) ประธานหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย(Jonit Foreign Chamber of Commerce in Thailand :JFCCT) และคณะร่วม 32 ราย เข้าพบหารือ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในวันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน 2567 ณ ห้องประชุมกิติยากรวรลักษณ์ ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์
watermark

          นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังหารือกับ นางวีเบ็คก้า ลิสซานด์ เลียร์วาก (Mrs. Vibeke Lyssand Leirvag) ประธานหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย(Jonit Foreign Chamber of Commerce in Thailand :JFCCT) และคณะร่วม 32 ราย ซึ่ง JFCCT เป็นองค์กรภาคเอกชนที่ประกอบไปด้วยหอการค้าต่างประเทศ 36 ประเทศ จากทั่วทุกภูมิภาค อาทิ สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี ฝรั่งเศส อินเดียและตุรกี เป็นต้น
          นายภูมิธรรม กล่าวว่า รัฐบาลไทยถือเอกชนเป็นทัพหน้าของการขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ ซึ่ง JFCCT ถือเป็นองค์กรที่มีความสำคัญ ท่านนายกฯได้สั่งการไว้ว่าหากมีอะไรที่เป็นอุปสรรคทางการค้าเรายินดีแก้ไข เพื่อร่วมกันพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งไทยมีความได้เปรียบด้านภูมิรัฐศาสตร์ เหมาะแก่การลงทุนและกระจายสินค้า ด้านทรัพย์สินทางปัญญาเราเป็นที่ยอมรับมากขึ้นและให้ความสำคัญกับการดูแลทรัพย์สินทางปัญญาของต่างชาติและคนไทย และรัฐบาลเห็นความสำคัญของการศึกษารวมไปถึงระดับอาชีวศึกษาซึ่งเป็นพื้นฐานในการพัฒนาทักษะเพื่อรองรับผู้ประกอบการ และพร้อมปรับปรุงให้ทันกับกติกาการค้าต่างๆในโลกใหม่
          และกระทรวงพาณิชย์มีนโยบายที่จะช่วยตอบโจทย์การค้าที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน 8 นโยบาย อาทิ การส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก SME การทำงานเชิงรุก แก้ไขข้อจำกัดทางกฎหมาย เร่งรัดการส่งออก ผลักดันการใช้ประโยชน์ จาก FTA  และยังมีโครงการ Digital Wallet ของรัฐบาลที่ยืนยันว่าจะทำให้สำเร็จ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ 500,000 ล้านบาท ให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ เพิ่มกำลังซื้อ คาดว่าไม่เกินสิ้นปีนี้จะสำเร็จ และรัฐบาลต่อต้านการคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ 
          “เป็นทิศทางของรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ที่กำลังดำเนินการ จะเป็นประโยชน์กับนักลงทุนที่จะมาลงทุนและทำการค้ากับประเทศไทย เราพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกนักลงทุนต่างชาติ เพื่อเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย” นายภูมิธรรมกล่าว
          ด้านนางวีเบ็คก้า ลิสซานด์ เลียร์วาก ประธานหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย เปิดเผยว่า JFCCT มีสมาชิกมากกว่า 9,000 บริษัท เพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนจากต่างประเทศ ตั้งใจที่จะส่งเสริมการค้าและการลงทุนพัฒนาเศรษฐกิจไทย โดยจะทำงานร่วมกันในการเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขัน ทั้งนี้ขอชื่นชมรัฐบาลไทยล่าสุด จากการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศประจำปี 2567 (IMD World Competitiveness Yearbook 2024) ของ International Institute for Management Development (IMD) ไทยอยู่ในอันดับที่ 25 ขยับดีขึ้นถึง 5 อันดับ จากอันดับที่ 30 ในปี 66 และทางหอการค้าได้หารือถึงการเพิ่มศักยภาพของแรงงาน เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้มาตั้งสถานประกอบการในไทยได้ เน้นในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ โรงแรม การเกษตร ยานยนต์และดิจิทัล เป็นต้น เพื่อยกระดับทักษะเดิมและสร้างทักษะใหม่ที่จำเป็นตรงตามความต้องการของผู้ประกอบการ นอกจากนี้ทางหอการค้ายินดีที่จะช่วยสนับสนุนการเจรจา FTA ของไทย และขอชื่นชมกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ ที่จะมีแพลตฟอร์มช่วยอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวได้มากขึ้นด้วย

 


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line Line

คะแนนโหวต :
starstarstarstarstar