Header Image
นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมการประชุมคณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community Council: AECC) สมัยพิเศษ ผ่านระบบประชุมทางไกล โดยไทยทำหน้าที่ประธานการเจรจาความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน หรือ ASEAN Digital Economy Framework Agreement (DEFA) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม 2568 ณ กระทรวงพาณิชย์
watermark

          นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เข้าร่วมการประชุมคณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community Council: AECC) สมัยพิเศษ ผ่านระบบประชุมทางไกล โดยไทยทำหน้าที่ประธานการเจรจาความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน หรือ ASEAN Digital Economy Framework Agreement (DEFA) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการเชื่อมโยงเศรษฐกิจดิจิทัลระดับภูมิภาค เพื่อสร้างอนาคตทางเศรษฐกิจของภูมิภาค และเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะก้าวเป็นส่วนหนึ่งของผู้นำด้านดิจิทัล
          นายฉันทวิชญ์ กล่าวว่า ไทยได้ผลักดันให้ที่ประชุมเคลียร์ประเด็นคงค้างหลายเรื่อง โดยเฉพาะในระดับนโยบาย เพื่อให้การเจรจาเดินหน้าได้รวดเร็วและบรรลุผลภายในปีนี้ ก่อนที่จะมีการลงนามข้อตกลงอย่างเป็นทางการในปี 2569 โดยความสำเร็จของ DEFA จะทำให้อาเซียนก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลของโลกอย่างเต็มรูปแบบ
         “ไทยในฐานะประธานการเจรจา ได้แสดงบทบาทนำอย่างแข็งขัน โดยยึดประโยชน์ร่วมของประเทศสมาชิกเป็นสำคัญ ความตกลงนี้ไม่ใช่แค่เรื่องระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล แต่จะสร้างผลลัพธ์ให้ประชาชนและผู้ประกอบการในภูมิภาคอย่างแท้จริง” นายฉันทวิชญ์ กล่าว
          สำหรับสาระสำคัญของ DEFA มุ่งผลักดันการค้าและการลงทุนด้านดิจิทัลให้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น อาทิ
         -การซื้อขายสินค้า–บริการออนไลน์ไร้รอยต่อ
         -ระบบการชำระเงินดิจิทัลข้ามพรมแดนที่รวดเร็วและต้นทุนต่ำ
         -การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์
         -การส่งเสริมทักษะดิจิทัลและโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการ SMEs และสตาร์ทอัพ
          -การเปิดพื้นที่หารือประเด็นเทคโนโลยีใหม่ เช่น AI, FinTech และนวัตกรรมข้อมูล
          ที่ผ่านมา ไทยนำโดยนางสาวพริ้วแพร ชุมรุม ผู้อำนวยการสำนักการค้าสินค้า กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้ทำหน้าที่อย่างแข็งขันในฐานะประธานคณะกรรมการเจรจา โดยเน้นการประสานความร่วมมือใกล้ชิดกับประเทศสมาชิก ผลักดันให้เกิดฉันทามติในประเด็นสำคัญต่าง ๆ โดยยึดประโยชน์ร่วมกันของอาเซียนเป็นที่ตั้ง เชื่อมั่นว่าการเจรจาภายใต้การนำของไทยจะสามารถบรรลุผลการเจรจาได้ทันเวลา และเปิดทางสู่การลงนามความตกลง DEFA ได้ในปี 2569 ตามเป้าหมายที่วางไว้
          ซึ่งคาดว่าหากความตกลง DEFA มีผลบังคับใช้ จะช่วยผลักดันมูลค่าการค้าดิจิทัลของอาเซียนแตะ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อธุรกิจดิจิทัลทุกระดับ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องการขยายตลาดไปต่างประเทศ
          ทั้งนี้ การจัดทำ DEFA เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของแผนงานบันดาร์เสรีเบกาวัน (Bandar Seri Begawan Roadmap: BSBR) เพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียนให้เป็นรูปธรรม สอดคล้องกับ วิสัยทัศน์ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหลังปี 2568 (AEC Post-2025 Vision) และสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังสถานการณ์โควิด-19โดยอาเซียนได้เริ่มการเจรจา DEFA มาตั้งแต่ปี 2566 และตั้งเป้าประกาศความสำเร็จอย่างมีนัยสำคัญภายในเดือนตุลาคม 2568 เพื่อปูทางสู่การลงนามข้อตกลงในปี 2569 อย่างเป็นทางการ

 


image รูปภาพ
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
starstarstarstarstar