Header Image
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด เมื่อวันพุธที่ 10 ธันวาคม 2568 ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
watermark

          นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด เร่งบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัย และส่งต่อสิ่งของจำเป็นจากภาครัฐและเอกชนที่ได้ร่วมสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากโครงการ “รวมใจไทย ฟื้นแดนใต้”
          โดยนางศุภจีลงพื้นที่ที่ ตลาดกิมหยง ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยร่วมทำความสะอาดพื้นที่ พร้อมมอบข้าวกล่องจำนวน 1,000 กล่อง ให้แก่ประชาชนและอาสาสมัครเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ พร้อมเยี่ยมเยียนผู้ค้าและประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด
           “ผู้ประกอบการในพื้นที่ประสบความเสียหายมาก ทุกคนต้องการกำลังใจและความช่วยเหลืออย่างตรงจุด การลงพื้นที่และพบปะกับผู้ประกอบการและประชาชนอย่างใกล้ชิดทำให้เราได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างมากในการปรับปรุงและเพิ่มมาตราการเยียวยาที่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งจะนำเอาข้อมูลไปประสานกับหน่วยงานและกระทรวงที่เกี่ยวข้องต่อไป
           ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์เราได้เดินหน้ามาตรการเยียวยาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุอุทกภัย โดยได้จัดส่งทั้งสิ่งของอุปโภคบริโภค วัตถุดิบประกอบอาหาร และอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้าน ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างดีเยี่ยมจากภาคเอกชน 19 แห่งตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ และกระทรวงพาณิชย์ยังจะส่งวัตถุดิบประกอบอาหารจำนวนมากให้ โรงครัวพระราชทานและโรงครัวในจุดต่างๆ เพื่อช่วยเหลือครัวเรือนที่ยังไม่สามารถประกอบอาหารได้“ นางศุภจี กล่าว
          ในช่วงของการฟื้นฟูและเยียวยานี้ กระทรวงพาณิชย์จะเดินหน้าดูแลค่าครองชีพ จัดมหกรรมลดราคาสินค้าผ่านธงฟ้า ลดสูงสุดถึง 88% และดูแลสินค้าให้พอเพียงกับความต้องการ และกรมการค้าภายในจะเข้มงวดตรวจสอบ ไม่ให้มีการปรับขึ้นราคา พร้อมเตรียมจัดมหกรรมธงฟ้าในช่วงการประชุม ครม. ที่หาดใหญ่วันที่ 23 ธันวาคม โดยมีหน่วยรถโมบายลงพื้นที่เพิ่มเติมเพื่อให้บริการประชาชนที่เดินทางมาที่จุดจำหน่ายสินค้าธงฟ้าลำบาก
          นางศุภจี ระบุเพิ่มเติมว่า หนึ่งในประเด็นเร่งด่วนคือการฟื้นฟู สถานประกอบการโรงแรม ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เพราะโรงแรมเป็นจุดสำคัญ เป็นที่พักของทั้งอาสาสมัคร ผู้ปฏิบัติงาน และนักท่องเที่ยว หากโรงแรมไม่สามารถเปิดได้ คนที่จะเข้ามาช่วยเหลือก็ไม่มีที่พัก เราจึงต้องเร่งดูแลอย่างใกล้ชิด วันนี้ได้เห็นว่าโรงแรมบางแห่งโดยเฉพาะโรงแรมขนาดเล็กยังมีปัญหาเครื่องนอนไม่พร้อมหรืออุปกรณ์ที่เสียหายเนื่องด้วยไม่มีเงินทุนที่จะจัดซื้ออุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้จำเป็นในการประกอบกิจการ ต้องเร่งช่วยเหลือเพื่อให้เขาฟื้นตัวได้เร็วที่สุด รวมถึง ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม กิจการขนาดเล็ก ก็มีปัญหาเรื่องการขาดเงินทุนในการจัดหาอุปกรณ์จำเป็นในการกลับมาเปิดกิจการได้ ซึ่งจะนำเรื่องนี้ไปหารือเพื่อหามาตราการเยียวยาต่อไป
           “เวลานี้สิ่งสำคัญที่สุดนอกเหนือจากการเยียวยาเพื่อฟื้นฟูพี่น้องชาวใต้ที่ประสบภัย เราอยากให้ชาวใต้รู้ว่าเราไม่ทิ้งกัน อยากให้ทุกคนยังมีแรงที่จะต่อสู้ต่อไป ให้เขารู้ว่ายังมีคนคิดถึงและดูแลเขา กระทรวงพาณิชย์และทุกภาคส่วนจะยังคงดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนกลับมายืนได้อีกครั้งหลังวิกฤตครั้งนี้” นางศุภจี กล่าว
          โดยภายหลังการลงพื้นที่ตลาดกิมหยง คณะได้เดินทางไปยัง มณฑลทหารบกที่ 42 (ค่ายเสนาณรงค์) เพื่อส่งมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคให้ตัวแทนเทศบาลนครหาดใหญ่ ก่อนเดินทางต่อไปยัง โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เพื่อมอบถุงยังชีพและอุปกรณ์จำเป็นแก่ผู้ประสบภัย ณ อาคารร่มศรีตรัง
           ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้จัดพิธีรับมอบสิ่งของบริจาคกว่า 468,690 ชิ้น มูลค่ากว่า 26 ล้านบาท จากผู้ประกอบการเอกชน 19 ราย ภายใต้โครงการ “รวมใจไทย ฟื้นแดนใต้” เพื่อกระจายสู่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบใน 7 จังหวัดภาคใต้ให้เร็วที่สุด และเดินหน้ามาตรการของกระทรวงพาณิชย์ทั้ง 3 ระยะ ได้แก่
          ระยะที่ 1: ช่วยเหลือเร่งด่วน (ดำเนินการแล้ว)
                -จัดส่งสิ่งของอุปโภคบริโภค วัตถุดิบอาหาร อุปกรณ์ทำความสะอาด และอุปกรณ์ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า
               -สนับสนุนโรงครัวพระราชทานและโรงครัวทั่วพื้นที่
           ระยะที่ 2: เยียวยา (ธ.ค. 2568 – ม.ค. 2569)
               -จัดงาน “เยียวยาลดค่าครองชีพ” ลดราคาสินค้าจำเป็นสูงสุด 88%
               -หน่วยเคลื่อนที่ Mobile Unit 3 จุดในพื้นที่เข้าถึงยาก
               -สินเชื่อจาก SME D Bank และ สสว. เพื่อฟื้นอาชีพ
               -แคมเปญลดราคาวัสดุก่อสร้างร่วมกับไทวัสดุ โฮมโปร ดูโฮม โกลบอลเฮ้าส์ เมกาโฮม รวม 40 สาขา
          ระยะที่ 3: ฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะยาว
               -ส่งเสริมอาชีพใหม่ผ่านแฟรนไชส์ราคาประหยัด พร้อมมาตรการซัพซิดี
               -เปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าในภาคใต้ 20 ครั้ง และจัดงานแสดงสินค้า 4 ครั้ง
               -ฟื้นฟูผู้ประกอบการสินค้า GI
               -ให้ EXIM Bank ลงพื้นที่ให้คำปรึกษาและสนับสนุนสินเชื่อฟื้นฟู

 


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line Line

คะแนนโหวต :
starstarstarstarstar