

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมแผนผลักดันการค้าระหว่างประเทศเชิงรุก ปี 2569 ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพาณิชย์และทูตพาณิชย์จาก 58 สำนักงานใน 43 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก เพื่อประเมินสถานการณ์การค้าโลกเชิงลึกและกำหนดยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการส่งออกไทยท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
นางศุภจี กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนสูง ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามตะวันออกกลาง นโยบายการค้า และเศรษฐกิจโลกชะลอตัว แต่การส่งออกยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยปีที่ผ่านมาไทยมูลค่าการส่งออกกว่า 11.1 ล้านล้านบาท
อย่างไรก็ตาม โครงสร้างการส่งออกไทยยังเผชิญความท้าทาย 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
1. การกระจุกตัวของตลาดส่งออก ไทยพึ่งพาตลาดหลักกว่า 30% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ทำให้ต้องเร่งขยายไปยังตลาดใหม่เพื่อลดความเสี่ยง
2. การกระจุกตัวของผู้ส่งออก ผู้ประกอบการรายใหญ่เพียง 7,000 ราย ครองสัดส่วนการส่งออก 84% ขณะที่ SMEs เพียง 16% จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาและสร้างโอกาสทางการค้า
3. โครงสร้างการผลิตพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบสูง จึงต้องเพิ่มสัดส่วน Local Content และส่งเสริมสินค้า Made in Thailand เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ
เพื่อตอบรับโลก VUCA World (Volatility, Uncertainty, Complexity, Ambiguity) กระทรวงพาณิชย์ปรับยุทธศาสตร์เป็น VUCA (Vision, Understanding, Clarity, Agility) พร้อมใช้แนวคิด TAM Model – Think Big, Act Small, Move Right มุ่งทำงานเชิงรุก รักษาตลาดเดิมควบคู่กับการเปิดตลาดใหม่ (Market Diversification)
ตลาดสำคัญที่เร่งขยาย ได้แก่
1.อินเดีย–เอเชียใต้ มุ่งสินค้าอาหาร วัตถุดิบอุตสาหกรรม และธุรกิจบริการ โดยเฉพาะเมืองรองที่กำลังซื้อเพิ่มขึ้น
2.จีน รุกสินค้าเกษตร อาหาร และไลฟ์สไตล์ ขยายสู่จีนตะวันตก–จีนชั้นใน ใช้ช่องทางออนไลน์และ KOL
3.ตะวันออกกลาง ติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดและหาเส้นทางโลจิสติกส์สำรอง
4.ญี่ปุ่น เตรียมความร่วมมือครบรอบ 140 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต
5.ยุโรป ใช้โอกาสครบรอบ 170 ปี ไทย–ฝรั่งเศส ส่งเสริมสินค้าและวัฒนธรรมไทย
นอกจากนี้ ยังเร่งผลักดันสินค้าเกษตรและผลไม้ไทยเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ รวมถึงธุรกิจบริการ เช่น ดิจิทัลคอนเทนต์ เกม ภาพยนตร์ ซอฟต์แวร์ ร้านอาหารไทย และสุขภาพ–เวลเนส ซึ่งมีศักยภาพสร้างรายได้ในตลาดโลก “การส่งออกยังคงเป็นความหวังของเศรษฐกิจไทย เราต้องปรับตัวให้ทันโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และทำงานเชิงรุกทั้งการขยายตลาดใหม่ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าไทย และสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้แข่งขันในตลาดโลก” นางศุภจีกล่าว