

กรมทรัพย์สินทางปัญญา มุ่งภารกิจขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์ โดยเสริมแกร่งเกษตรกร ผู้ผลิต ผู้ประกอบการรายย่อย และชุมชนท้องถิ่น ผ่านกลไก “สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)” เพียง 3 เดือนแรกปี 2569 เกิดผลสำเร็จด้านการขยายตัวของสินค้า GI ไทยอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านจำนวนรายการสินค้าและมูลค่าทางการตลาดที่พุ่งแตะหลักแสนล้าน พร้อมเผยแผนการส่งเสริมสินค้า GI ต่อเนื่องครบทุกมิติ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยความคืบหน้าภารกิจส่งเสริมสินค้า GI ไทย โดยในปี 2569 กรมฯ ขึ้นทะเบียนสินค้า GI ไทยแล้ว 8 รายการ ได้แก่
1) ชมพู่คลองหาด (สระแก้ว)
2) ส้มโอเวียงแก่น (เชียงราย)
3) ปลานิลสายน้ำไหลเบตง (ยะลา)
4) กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต
5) ครกดินเผาบ้านกลาง (นครพนม)
6) ผ้าย้อมครั่งลำปาง
7) ปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการ
8) แตงโมหวานยโสธร
สำหรับช่วง 9 เดือนต่อจากนี้ กรมฯ ยังคงเดินหน้าผลักดันสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นไทยเข้าสู่ระบบคุ้มครอง GI อย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนขึ้นทะเบียน GI ไทยเพิ่มอีก 18 รายการ อาทิ ปลาสลิดบ้านแพ้ว (สมุทรสาคร) น้ำช่อดอกมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว (สมุทรสาคร) น้ำตาลมะพร้าวแม่กลอง (สมุทรสงคราม) ส้มซ่าบ้านวังส้มซ่าพิษณุโลก เนื้อครามสกลนคร นมวาริช (สกลนคร) เป็นต้น และคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดเพิ่มขึ้น ไม่น้อยกว่า 2,000 ล้านบาท ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าสิ้นปี 2569 นี้จะสามารถขึ้นทะเบียนสินค้า GI ไทยรวม 272 รายการ และสร้างมูลค่าทางการตลาดรวมกว่า 117,000 ล้านบาท
ไม่เพียงแต่การขึ้นทะเบียนในประเทศเท่านั้น กรมฯ ยังให้ความสำคัญกับการคุ้มครอง GI ไทยในต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยต่อยอดโอกาสทางการค้าได้อีกมาก โดยในปี 2569 กรมฯ ผลักดันสินค้า GI ไทย มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี ขึ้นทะเบียน GI ในสหภาพยุโรป (27 ประเทศสมาชิก) ได้สำเร็จ ส่งผลให้ปัจจุบันมีสินค้า GI ไทยที่ขึ้นทะเบียน GI ในต่างประเทศด้วย รวม 11 รายการ ใน 33 ประเทศ อาทิ ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ในสหภาพยุโรป มาเลเซีย และอินโดนีเซีย กาแฟดอยช้าง (เชียงราย) ในสหภาพยุโรปและญี่ปุ่น ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง (นครศรีธรรมราช) ในมาเลเซีย ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน ในเวียดนาม เป็นต้น ทั้งนี้ ยังมีสินค้า GI ไทยที่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนในต่างประเทศแล้ว อีก 8 รายการ ใน 3 ประเทศ โดยหน่วยงานของต่างประเทศอยู่ระหว่างพิจารณาคำขอ ประกอบด้วย จีน 3 รายการ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ (ร้อยเอ็ด ยโสธร สุรินทร์ มหาสารคาม ศรีสะเกษ) ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง (นครศรีธรรมราช) และมะขามหวานเพชรบูรณ์ ญี่ปุ่น 4 รายการ ได้แก่ กล้วยหอมทองหนองบัวแดง (ชัยภูมิ) มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก มะขามหวานเพชรบูรณ์ และข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง และเวียดนาม 2 รายการ ได้แก่ ไวน์เขาใหญ่ (นครราชสีมา) และมะม่วงน้ำดอกไม้สระแก้ว และในปีนี้กรมฯ เตรียมยื่นคำขอขึ้นทะเบียน GI ไทยในต่างประเทศอีก 1 รายการ ได้แก่ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก ในมาเลเซีย
ในส่วนของการส่งเสริมการควบคุมคุณภาพสินค้า GI ปี 2569 กรมฯ วางแนวทางดำเนินงานพัฒนาระบบควบคุมคุณภาพสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการใช้ตราสัญลักษณ์ GI ไทยอย่างถูกต้องและแพร่หลาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคว่าจะได้รับสินค้า GI ที่มีคุณภาพตรงตามที่คาดหวัง โดยปัจจุบันมีสินค้า GI ไทยที่จัดทำระบบควบคุมคุณภาพแล้ว 210 รายการ คิดเป็นร้อยละ 83 ของสินค้า GI ไทยทั้งหมด และมีผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์ GI ไทยแล้วกว่า 17,918 ราย ซึ่งกรมฯ มีแผนผลักดันและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ GI ที่เหลือเข้าสู่การจัดทำระบบควบคุมคุณภาพ และขอใช้ตราสัญลักษณ์ GI ไทย เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานและคุณสมบัติที่ขอขึ้นทะเบียนไว้ นอกจากนี้ กรมฯ ยังส่งเสริมการทำระบบ GI SMARTTRACE เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถสแกน QR Code และเข้าถึงข้อมูลที่มาของสินค้า GI นั้นทุกขั้นตอน ตั้งแต่แหล่งปลูก/เพาะเลี้ยง การเก็บเกี่ยว การแปรรูป เป็นต้น
ซึ่งปัจจุบันมีสินค้า GI ที่ทำระบบ GI SMARTTRACE แล้ว 3 รายการ ได้แก่ ทุเรียนนท์ ปลากุเลาเค็มตากใบ (นราธิวาส) และมังคุดเขาคีรีวง (นครศรีธรรมราช) โดยกรมฯ จะส่งเสริมการจัดทำระบบดังกล่าวในสินค้า GI รายการอื่นๆ ต่อไป
ขณะเดียวกัน กรมฯ ยังเดินหน้าขยายช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการตลาด การเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และการจัดแสดงสินค้าในงานสำคัญทั้งในและต่างประเทศ อาทิ งาน GI Market งาน FOODEX Japan การเปิดตลาดสินค้า GI ไทยในประเทศจีน เป็นต้น พร้อมสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรสนับสนุนสินค้า GI สู่ผู้บริโภคในวงกว้าง อาทิ 1) ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล นำสินค้าเกษตร GI มาหมุนเวียนจำหน่ายใน 726 สาขาทั่วประเทศ ภายใต้แคมเปญ “Discover Thai Fruits 2026” 2) กรมประมง หอการค้าไทย หอการค้าภูเก็ต และบริษัท รู้รักสามัคคีภูเก็ต (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด ร่วมประกาศเจตนารมณ์ส่งเสริม GI กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต ทั้งการทำระบบควบคุมคุณภาพและส่งเสริมการตลาด 3) บริษัท โมโจลิฟวิ่ง เปิดมิติใหม่ในการสร้างการรับรู้สินค้า GI ไทยผ่านสื่อบันเทิงในรูปแบบซีรีส์วาย เพื่อขยายฐานผู้บริโภคเจาะตลาด Gen Z ทั้งในและต่างประเทศ 4) บริษัทไปรษณีย์ไทย จัดโปรโมชั่นพิเศษลดค่าขนส่งสินค้า GI นำร่องในภาคกลาง ซึ่งผู้ประกอบการเริ่มใช้บริการได้ที่ที่ทำการไปรษณีย์สาขาที่ร่วมโครงการกว่า 400 แห่ง 5) สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO ร่วมส่งเสริมการพัฒนาชุมชน GI ให้เข้มแข็งตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เป็นต้น และเร็วๆ นี้ จะจับมือกับ CP Axtra ขยายช่องทางจำหน่ายสินค้า GI ผ่านเครือข่ายห้างแม็คโครและโลตัสทั่วประเทศ
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตและผู้ประกอบการ ผ่านการอบรมองค์ความรู้ด้านการตลาด การบริหารจัดการ และการยกระดับมาตรฐานสินค้า GI ส่งเสริมการออกแบบบรรจุภัณฑ์สินค้า GI ให้สวยงาม ทันสมัย และสามารถถ่ายทอดอัตลักษณ์และเรื่องราวของสินค้า เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและตอบโจทย์ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ ยังมุ่งยกระดับวัตถุดิบ GI สู่การพัฒนาเป็นสินค้ามูลค่าสูงและเมนูอาหารระดับพรีเมียม ต่อยอดสู่ธุรกิจบริการและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง รวมทั้งเชื่อมโยงสินค้า GI เข้ากับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนในระยะยาว นางอรมน กล่าวทิ้งท้าย