
25 พ.ค.69 เวลา 18.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs (MAD) กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ชมนิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté. Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” จัดขึ้นภายใต้พระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส
เรื่องราวที่มาของนิทรรศการประวัติศาสตร์ “ราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté. Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” เกิดจาก 3 มิติสำคัญที่เชื่อมโยงกันทั้งเรื่องการทูต การสืบสานพระราชปณิธาน และการผลักดันวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก
1. วาระเฉลิมฉลองทางการทูตครั้งสำคัญ (Diplomatic Milestones)
งานนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งมิตรภาพในโอกาสสำคัญ 2 วาระ ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส ได้แก่:
ครบรอบ 340 ปี แห่งการติดต่อสัมพันธ์ทางการทูตครั้งแรก (นับตั้งแต่คณะราชทูตโกษาปานเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ณ พระราชวังแวร์ซายส์)
ครบรอบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการในสมัยรัตนโกสินทร์ (พ.ศ. 2399–2569)
นิทรรศการนี้จึงทำหน้าที่เป็น "ทูตวัฒนธรรม" (Cultural Diplomacy) ที่ใช้แฟชั่นและผ้าไทยเป็นตัวกลางในการเล่าเรื่องราวความผูกพันอันยาวนานของทั้งสองประเทศ
2. การสืบสานและต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทย (The Royal Legacy)
นิทรรศการจัดขึ้นภายใต้พระอุปถัมภ์ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางของผ้าไทยผ่าน 3 ยุคสมัย:
จุดเริ่มต้น: ย้อนไปในยุคที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงริเริ่มคิดค้นพัฒนา "ชุดไทยพระราชนิยม" 8 แบบ เพื่อใช้เป็นชุดประจำชาติในการเสด็จเยือนต่างประเทศ
การสืบสาน: การนำเสนอฉลองพระองค์ของ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ที่ทรงสืบสานงานผ้าไทยและมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ
สู่ร่วมสมัย: การทลายขอบเขตผ้าโบราณสู่แฟชั่นระดับโลกโดย เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ในฐานะดีไซเนอร์ผู้ทรงก่อตั้งแบรนด์ SIRIVANNAVARI ร่วมกับดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่
3. บทสนทนาแฟชั่นไทย-ฝรั่งเศส (The Global Fashion Dialogue)
ที่มาที่เป็นไฮไลต์สำคัญของนิทรรศการนี้ คือการเผยแพร่ความร่วมมือที่มีมานานกว่า 30 ปี ระหว่างสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง กับ ปิแอร์ บัลแมง (Pierre Balmain) ดีไซเนอร์ระดับตำนานชาวฝรั่งเศส รวมถึง สถาบันงานปักชั้นสูงเลอซาจ (Lesage)
นี่คือครั้งแรกในประเทศฝรั่งเศสที่มีการนำภาพร่าง ฝืนผ้าโบราณ และตัวอย่างงานปักประดับที่เป็นประวัติศาสตร์ความร่วมมือระหว่างราชสำนักไทยและห้องเสื้อชั้นสูงของฝรั่งเศสมาจัดแสดงให้โลกได้เห็น
4. แรงขับเคลื่อนสู่มรดกโลก (UNESCO Nomination)
การจัดนิทรรศการครั้งนี้ยังมีเป้าหมายสำคัญในระดับสากล เพื่อสร้างการรับรู้และสนับสนุนการเสนอชื่อ “ชุดไทยพระราชนิยม” (Chud Thai Phra Ratcha Niyom) ขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อองค์การ UNESCO ภายในปี 2569 นี้ด้วยครับ
นิทรรศการนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบ 340 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูต และวาระครบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้เชิญฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี มาจัดแสดงในต่างประเทศเป็นครั้งแรก พร้อมด้วยงานหัตถศิลป์ชั้นสูงกว่า 200 รายการ เพื่อนำเสนอคุณค่าแห่งมรดกภูมิปัญญาไทยสู่สายตาชาวโลก
เกิดจากความร่วมมือของพันธมิตรสำคัญ ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์, สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (SACIT), พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส และ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs สาธารณรัฐฝรั่งเศส เพื่อถ่ายทอดคุณค่าแห่งมรดกภูมิปัญญาไทยผ่านงานออกแบบเครื่องแต่งกาย ผ้ายกโบราณ งานหัตถศิลป์ชั้นสูง ตลอดจนผลงานร่วมสมัยของนักออกแบบไทย รวมกว่า 200 รายการ โดยได้รับการดูแลจาก Béatrice Quette ภัณฑารักษ์ประจำคอลเลคชั่นศิลปะเอเชียและอิสลามของ Musée des Arts Décoratifs
แบ่งออกเป็น 7 ห้องจัดแสดง เริ่มต้นด้วยห้อง “ปฐมบทแห่ง 170 ปี ความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส” เล่าเรื่องราวความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ ผ่านบทบาทของเครื่องแต่งกายในฐานะสื่อกลางทางวัฒนธรรมและการทูต ต่อด้วยห้อง “ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ” ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นชุดประจำชาติ ภายในจัดแสดงฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สะท้อนการสืบสานและต่อยอดความงดงามของเครื่องแต่งกายไทยในแต่ละยุคสมัย
อีกหนึ่งห้องจัดแสดงสำคัญ คือ ห้อง “ราชพัสตรา คุณค่าแห่งงานหัตถศิลป์” ที่นำเสนอความประณีตของงานหัตถศิลป์ไทย ผ่านเครื่องใช้และของประดับตกแต่ง อาทิ กระเป๋า พัดเขียนลาย และเครื่องเบญจรงค์ ขณะที่อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือ ห้อง “ฉลองพระองค์ในสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยห้องเสื้อบัลแมงและสถาบันงานปักชั้นสูงเลอซาจ” นับเป็นครั้งแรกที่ได้จัดแสดงกระบวนการทรงงานและการทรงค้นคว้าร่วมกับห้องเสื้อฝรั่งเศสและมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ผ่านภาพร่าง ตัวอย่างผืนผ้า และงานปักประดับอันวิจิตร
นิทรรศการยังนำเสนอความงดงามของห้อง “ผ้ายกและผ้าทอพื้นถิ่น” ซึ่งสะท้อนภูมิปัญญาการทอผ้าจากภูมิภาคต่าง ๆ ของไทย รวมถึงห้อง “ผ้าไหมมัดหมี่ในงานแฟชั่นชั้นสูง” ที่เผยให้เห็นการนำผ้าไทยไปสู่โลกแฟชั่นชั้นสูงของฝรั่งเศส ผ่านงานออกแบบร่วมกับสถาบันงานปักชั้นสูงเลอซาจ นอกจากนี้ ผู้เข้าชมยังจะได้ชื่นชมผลงานของนักออกแบบไทยร่วมสมัยในบทบาทของผู้สืบทอดและตีความศิลปวัฒนธรรมไทยในมิติใหม่ ผ่านห้อง “ศิลปะการปักจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI” ซึ่งทรงก่อตั้งโดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พร้อมด้วยผลงานจากดีไซเนอร์ไทยร่วมสมัย ได้แก่ TIRAPAN, ASAVA, VATIT ITTHI, WISHARAWISH และ MESHMUSEUM ที่ร่วมถ่ายทอดอัตลักษณ์ไทยผ่านมุมมองแฟชั่นร่วมสมัยอย่างสร้างสรรค์
สัมผัสความงดงามและความประณีตแห่งมรดกทางวัฒนธรรมไทยผ่านนิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté. Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” ซึ่งเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมตั้งแต่วันนี้ จนถึง 1 พฤศจิกายน 2569 ณ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส