

นางลลิดา จิวะนันทประวัติ รองโฆษกกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยถึงผลการปฏิบัติการกรณีสินค้าอุปโภคบริโภคและเวชภัณฑ์ของกระทรวงพาณิชย์ว่า ณ วันที่ 15เม.ย. 2563ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดกรณีหน้ากากอนามัย เจลล้างมือและแอลกอฮอล์ เพิ่มวันเดียวสูงถึง 17ราย ดังนี้
กรุงเทพฯ 3 ราย เป็นร้านขายยา 1 ราย พบผู้จำหน่ายหน้ากากอนามัยแบบธรรมดาสีฟ้า บรรจุซองใส10 ชิ้น/แพค ในราคาชิ้นละ 25 บาท โดยไม่ปิดป้ายแสดงราคาขาย จึงแจ้งข้อหากระทำความผิดตามมาตรา 28 นอกจากนี้ยังพบร้านค้าจำหน่ายหน้ากากอนามัยผ่านทางเฟซบุ๊ก 1 ราย โดยทำการล่อซื้อและจับกุม พบขายหน้ากากอนามัยแบบธรรมดา บรรจุกล่องละ 50 ชิ้น ในราคา 650 บาท (เฉลี่ยชิ้นละ 13 บาท) รวม 8,850ชิ้น และอีก 1 ราย เป็นร้านค้าทั่วไป บรรจุกล่อง 50 ชิ้น ในราคากล่องละ 850 บาท (เฉลี่ยชิ้นละ 17 บาท) โดยทั้ง 2 ราย กระทำความผิดข้อหาจำหน่ายหน้ากากอนามัยในราคาสูงเกินสมควร ตามมาตรา 29
ต่างจังหวัด 14 รายแยกเป็นการกระทำความผิด ดังนี้
- กระทำความผิด ตามมาตรา 28ข้อหาจำหน่ายหน้ากากอนามัยโดยไม่ปิดป้ายแสดงราคาขาย จำนวน 7 ราย ได้แก่จังหวัดสตูล 1รายจังหวัดสมุทรสาคร 2ราย จังหวัดมุกดาหาร 1 ราย (จำหน่าย ผ่านทางเฟซบุ๊ก) และจังหวัดอุดรธานี 3 ราย (จำหน่ายผ่านทางเฟซบุ๊ก)
- กระทำความผิดตามมาตรา 25 (5)ข้อหาไม่แจ้งต้นทุน ราคาซื้อ ราคาจำหน่าย ปริมาณการผลิต ต่อ กกร.เป็นโรงงานผลิตเจลล้างมือแอลกอฮอล์ ในจังหวัดปทุมธานี 1 ราย
- กระทำความผิดตามมาตรา 25 ข้อหาจำหน่ายหน้ากากอนามัยสูงเกินราคาที่กำหนด โดยการล่อซื้อและจับกุมผู้จำหน่ายหน้ากากอนามัยผ่านทางเฟซบุ๊ก 1 ราย ในราคากล่องละ 750 บาท (เฉลี่ยชิ้นละ 15 บาท) ผู้จำหน่ายหน้ากากอนามัยผ่านทางแอปพลิเคชั่นไลน์ 1 ราย ในราคากล่องละ 890 บาท (เฉลี่ยชิ้นละ 17.80 บาท) และร้านค้าทั่วไปอีก 1ราย จำหน่ายหน้ากากอนามัย ในราคากล่องละ 700 บาท(เฉลี่ยชิ้นละ 14 บาท) ในจังหวัดอุดรธานี 3 ราย
- กระทำความผิดตามมาตรา 29ข้อหาจำหน่ายหน้ากากอนามัยสูงเกินสมควร โดยการล่อซื้อและจับกุมผู้จำหน่ายหน้ากากอนามัยผ่านทางเฟซบุ๊ก พบจำหน่ายหน้ากากอนามัย บรรจุกล่อง 50 ชิ้น ในราคากล่องละ 650 บาท (เฉลี่ยชิ้นละ 13 บาท) ในจังหวัดอุตรดิตถ์ 1 ราย
- กระทำความผิดตามมาตรา 25 และมาตรา 29ข้อหาจำหน่ายหน้ากากอนามัยเกินราคาควบคุมและจำหน่ายในราคาสูงเกินสมควร เป็นร้านค้าทั่วไปพบจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ (Surgical mask)ในราคากล่องละ 660 – 780 บาท (เฉลี่ยชิ้นละ 13.20 – 15.60 บาท) ในจังหวัดขอนแก่น 2 ราย
ทำให้สถิติการจับกุมผู้กระทำความผิดกรณีหน้ากากอนามัย เจลล้างมือและแอลกอฮอล์ มีจำนวนสูงขึ้นถึง 336 ราย แยกเป็น กรุงเทพฯ 159ราย และต่างจังหวัด 177 ราย
สำหรับสถานการณ์การจำหน่ายไข่ไก่ในขณะนี้ คาดจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ จากสถิติการจับกุมผู้จำหน่ายไข่ไก่เกินราคาทั่วประเทศ ที่กระทำความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542ไม่พบผู้กระทำความผิดเพิ่ม ยอดรวมยังคงอยู่ที่ 26 ราย โดยรวมความต้องการซื้อไข่ไก่ลดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติประชาชนซื้อเท่าที่พอเพียงต่อการบริโภค อีกทั้งมีปริมาณผลผลิตไข่ไก่เข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น สามารถสั่งซื้อและส่งสินค้าได้ตามปกติ
ทั้งนี้ โทษที่ผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542ข้อหาขายเกินราคาควบคุม มาตรา 25 (1) มีโทษจำคุกไม่เกิน 5ปี ปรับไม่เกิน 1แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ข้อหาไม่แจ้งต้นทุนราคาซื้อ ราคาจำหน่าย ปริมาณการผลิต ปริมาณคงเหลือ ตามมาตรา 25 (5) มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับ ไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับไม่เกินวันละ 2,000 บาท ตลอดเวลาที่ฝ่าฝืน หรือจนกว่าจะแจ้ง มาตรา26 ข้อหาเป็นผู้ผลิตไม่แจ้งชื่อ ราคาซื้อ ราคาจำหน่าย มาตรา 28ข้อหาไม่ปิดป้ายแสดงราคาขาย มีอัตราโทษปรับไม่เกิน 1หมื่นบาท และมาตรา 29ข้อหาขายแพงเกินสมควรมีอัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 7ปี ปรับไม่เกิน 1.4แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
รองโฆษกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงพาณิชย์ยังคงเดินหน้าติดตามตรวจสอบ และจับกุมผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542อย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการตรวจสอบการจำหน่ายหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ และแอลกอฮอล์ รวมถึงสินค้าที่ไม่ได้เป็นสินค้าควบคุมเช่น ไข่ไก่ หากพบขายเกินราคาควบคุม และแพงเกินจริงมีการกักตุนสินค้า หรือเอาเปรียบประชาชน จะดำเนินคดีตามกฏหมายขั้นเด็ดขาด เพราะถือว่าเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นในสถานการณ์การระบาดของโรคไวรัสโควิด – 19 “หากพบมีการขายร้องเรียนได้ทันทีที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569และในต่างจังหวัดร้องเรียน ได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด” นางลลิดากล่าว