"กระทรวงพาณิชย์" เดินหน้าผลักดัน FTA ไทย-EU 🇹🇭🤝🇪🇺 หนุนขยายการค้าในตลาดยุทธศาสตร์ที่มีกำลังซื้อกว่า 400 ล้านคน 👫
สหภาพยุโรป (EU) ถือเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญที่มีมูลค่าการค้าสูง 💰 และมีประชากรที่มีกำลังซื้อกว่า 400 ล้านคน ทำให้ไทยให้ความสำคัญกับการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย–EU อย่างต่อเนื่อง
ด้วยสหภาพยุโรปเป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทย รองจากจีน 🇨🇳 สหรัฐอเมริกา 🇺🇸 และญี่ปุ่น 🇯🇵 โดยในปี 2567 มูลค่าการค้าระหว่างไทย–EU อยู่ที่ 43,533 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 💵 เพิ่มขึ้น 4.26% จากปีก่อนหน้า
• การส่งออกจากไทยไป EU อยู่ที่ 24,205 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 📦 เพิ่มขึ้น 10%
• การนำเข้าจาก EU อยู่ที่ 19,328 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 📥 ลดลง 2%ส่งผลให้ไทยได้เปรียบดุลการค้า 4,877 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ✅
เมื่อเร็ว ๆ นี้ 🗓️ การเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย–สหภาพยุโรป (EU) รอบที่ 6 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 – 27 มิถุนายน 2568 📍มีความคืบหน้าการหารือเป็นไปในทิศทางบวก 👍 โดยสามารถตกลงในหลักการเพิ่มเติมได้ 3 บทสำคัญ ได้แก่:
1. บทการค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน (Trade and Sustainable Development: TSD) 🌱ยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม 🌍 แรงงาน 👷 และประเด็นทางสังคมให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล
2.บทวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises: SMEs) 🏢ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงข้อมูลกฎระเบียบและมาตรการทางการค้าได้สะดวกมากขึ้น 📊 เพื่อใช้ประโยชน์จาก FTA ได้อย่างเต็มที่
3. บทอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า (Technical Barriers to Trade: TBT) ⚙️ลดอุปสรรคจากกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น 🚫 เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้าระหว่างกัน 🛫
นอกจากนี้ 📌 ยังมีความคืบหน้าในการหารือเรื่องการเปิดตลาดสินค้า 🛍️ บริการ 💼 และการลงทุน 🏗️ โดยทั้งสองฝ่ายเตรียมดำเนินการต่อเนื่องในแต่ละกลุ่มงาน ก่อนการเจรจารอบที่ 7 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 3 ตุลาคม 2568 📆 ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม 🇧🇪
ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความไม่แน่นอน 🌐 ทั้งในมิติภูมิรัฐศาสตร์และการค้า กระทรวงพาณิชย์ 🏛️ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จึงมุ่งมั่นผลักดัน FTA ไทย–EU เร็วที่สุด 🚀 หากเป็นไปได้ ให้ได้ข้อสรุปภายในปี 2568 นี้ 🎯เพื่อยกระดับศักยภาพของไทยในการเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่เชื่อถือได้ 🤝 และแข่งขันได้บนเวทีการค้าระดับโลก 🌏