
วันที่ 15 มกราคม 2569
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีมอบวุฒิบัตรแก่ผู้สำเร็จการอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการค้าและการพาณิชย์ (Top Executive Program in Commerce and Trade : TEPCoT) รุ่นที่ 17 โดยมีนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และรศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ร่วมพิธี ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์
ในปีนี้มีผู้สำเร็จการอบรมจำนวน 148 คน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้รับฟังการนำเสนอ “แผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัล–กรีน (Digital–Green Economy) เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศไทย พ.ศ. 2569–2579” จากตัวแทนผู้เข้าอบรมกลุ่มเรือพานิชภิเษก ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการนำเสนอผลงานเชิงยุทธศาสตร์
นางศุภจี แสดงความยินดีกับผู้สำเร็จการอบรมทุกคน พร้อมชื่นชมแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัล–กรีนที่ผู้เข้าอบรมเสนอ ซึ่งมีความทันต่อสถานการณ์โลก และสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งถือเป็น “ทางรอด” และกลไกสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศไทย ท่ามกลางความท้าทายจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และโครงสร้างประชากรที่กำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยขั้นสมบูรณ์
รัฐมนตรีฯ กล่าวเสริมว่า กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับแนวคิดเศรษฐกิจดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ที่ผู้เข้าอบรมเสนอ และได้ดำเนินโครงการรองรับอย่างเป็นรูปธรรมหลายด้าน อาทิ การพัฒนาระบบรัฐบาลดิจิทัล (E-Government) และ e-Service อย่าง MOC Plus ที่จะให้บริการประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง การจัดทำระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ การเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนรวม 22 หน่วยงาน รวมถึงการนำ AI มาใช้วิเคราะห์ความเสี่ยง ยกตัวอย่างเช่นกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ป้องกันบัญชีม้าและการจดทะเบียนนิติบุคคลโดยมิชอบ
พร้อมกันนี้ ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาจำนวนประชากรลดลงต่อเนื่อง และก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ทำให้จำเป็นต้องเร่งเพิ่มศักยภาพแรงงานและผลิตภาพของประเทศ ซึ่งเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ และลดข้อจำกัดด้านทรัพยากรมนุษย์
นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังดำเนินโครงการ “Up Skill” ร่วมกับมหาวิทยาลัยและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อเชื่อมโยงความต้องการแรงงานกับการพัฒนาทักษะของภาคการศึกษา รองรับอุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve) อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีขั้นสูง อุตสาหกรรมสีเขียว พลังงานสะอาด และธุรกิจสุขภาพ
รัฐมนตรีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยในปี 2568 มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนกว่า 1.3 ล้านล้านบาท และได้รับอนุมัติแล้วกว่า 4.8 แสนล้านบาท ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย พร้อมเน้นบทบาทของผู้บริหารรุ่นใหม่จากหลักสูตร TEPCoT ในการช่วยขยายเครือข่ายการค้า เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก และเปิดตลาดใหม่ โดยเฉพาะตะวันออกกลาง อินเดีย และกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่
“หากผู้บริหารกว่า 100 คนในห้องนี้ร่วมกันผลักดันแนวคิดดิจิทัลและกรีนอย่างจริงจัง จะสามารถสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกให้เศรษฐกิจประเทศได้อย่างมาก ขอชื่นชมทีมงานที่จัดทำยุทธศาสตร์ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะนำไปต่อยอดและเสริมความแข็งแกร่ง เพื่อให้ประเทศไทยเติบโตอย่างมั่นคง ยั่งยืน และสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก” นางศุภจี กล่าว
ทั้งนี้ หลักสูตร TEPCoT เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย และหอการค้าไทย เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน รวม 17 รุ่น มุ่งพัฒนาวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ เสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการค้าและการพาณิชย์ และสร้างเครือข่ายผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ความยั่งยืน และก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของภูมิภาค