

จากการที่ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) “กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต” (Phuket Lobster) สินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่นและวัตถุดิบชั้นเลิศจากท้องทะเลอันดามัน สมฉายาว่า ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล (Foie Gras of the Sea)โดย กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต เพิ่งประกาศขึ้นทะเบียนเมื่อเดือนมกราคม 2569 ถือเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 4 ของจังหวัดภูเก็ต ต่อจากสับปะรดภูเก็ต ส้มควายภูเก็ต และมุกภูเก็ต พร้อมเป็นสินค้าที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและเป็นสัญลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหารของจังหวัดภูเก็ตมาอย่างยาวนาน
ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พบผู้ประกอบการประมงท้องถิ่นเพื่อติดตามและตรวจเยี่ยม พร้อมเปิดเผยว่า สินค้า GI ทั้ง 4 รายการ คือ กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต,สับปะรดภูเก็ต ,ส้มควายภูเก็ต และมุกภูเก็ต ล้วนมีชื่อเสียงและคุณภาพเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเข้าสู่จังหวัดภูเก็ต สะท้อนบทบาทของ GI ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนในเมืองท่องเที่ยวสำคัญที่รายล้อมด้วยทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยแผนผลักดันต่อยอด ยกระดับ"กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต" ดังนี้
ยกระดับมาตรฐานสากล
จัดทำระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) และมอบตรา GI ไทย เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพสินค้า
บุกตลาดไฮเอนด์-ไฟน์ไดนิ่ง
ผลักดันเข้าสู่ร้านอาหาร Fine Dining, โรงแรมหรู และร่วมงานแสดงสินค้าระดับโลกอย่าง THAIFEX
สร้างภาพจำใหม่ Soft Power & Tourism
บูรณาการผ่านงาน Phuket Lobster Festival (สิงหาคมนี้) พร้อมเปิดตัวสินค้าไลฟ์สไตล์อย่าง "มาสคอตน้องจุ้ง", Art Toy และเสื้อผ้าลายอัตลักษณ์ท้องถิ่น
เป้าหมายของเราคือการปักหมุดภูเก็ตให้เป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวเชิงอาหารระดับนานาชาติ ที่นักท่องเที่ยวต้องมาลิ้มลองกุ้งมังกร 7 สีด้วยตัวเอง" นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม กล่าว
สำหรับภาพรวมด้านเศรษฐกิจของ กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต ปัจจุบันมีกลุ่มผู้ผลิตท้องถิ่นประมาณ 38 ครัวเรือน ดูแลกระชังเลี้ยงรวม 360 กระชัง ซึ่งสามารถสร้างปริมาณการผลิตได้สูงถึง 21,670 กิโลกรัมต่อปี โดยมีตลาดส่งออกสำคัญอยู่ในแถบยุโรปและเอเชีย ด้วยคุณภาพที่เหนือระดับทำให้สามารถจำหน่ายในราคาขายปลีกเฉลี่ยสูงถึง 3,000 บาทต่อกิโลกรัม
ส่งผลให้กุ้งมังกร 7 สีเพียงอย่างเดียว สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนเข้าสู่จังหวัดภูเก็ตได้มากกว่า 65 ล้านบาทต่อปี
อัตลักษณ์โดดเด่น:
ลำตัวมีสีสันมากกว่า 7 สี ขนาดใหญ่ (0.5 – 4.5 กก.) เปลือกหัวหนา ปล้องท้องเรียบ
รสชาติเหนือระดับ:
จุดที่ทำให้แตกต่าง คือเทคนิคเลี้ยงในกระชังบริเวณน้ำที่มีความเค็มเหมาะสมและกระแสน้ำไหลเวียนแรง ทำให้กุ้งต้องปรับตัวจนมี "มวลกล้ามเนื้อมาก เนื้อแน่น รสหวาน มันเยอะ และไม่มีกลิ่นคาว"
เทคนิคการเลี้ยง:
เสริมอาหารสดจากธรรมชาติ เช่น หอยกะพง หอยแครง และปลากระเบน
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผนึกกับภาคเอกชน บูรณาการต่อยอดทางการตลาดให้กับสินค้ากุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต ผ่านงาน Phuket Lobster Festival ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนสิงหาคม โดยมีกิจกรรม Phuket Lobster Street ที่จะยกขบวนเชฟจากโรงแรมและร้านอาหารชื่อดังมารังสรรค์เมนูอาหารจากกุ้งมังกร 7 สีภูเก็ตให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติได้ลิ้มลอง และสนับสนุนสินค้าเข้าสู่ธุรกิจร้านอาหารที่สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนคืนสู่ผู้ผลิตโดยตรง ตลอดจนการจัดโซนตลาดชุมชนและผลิตภัณฑ์ GI ซึ่งมีกิจกรรมเวิร์คชอปและนิทรรศการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับเส้นทาง GI กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต รวมถึงการต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มในมิติต่างๆ ทั้งการพัฒนาแหล่งผลิต GI เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงอาหาร การจัดทำสินค้าเพื่อสร้างภาพจำและการรับรู้ในวงกว้าง อาทิ มาสคอตน้องจุ้ง อาร์ตทอย เสื้อผ้า และสินค้าที่ระลึกต่างๆ เป็นต้น