
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) จับมือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ลงพื้นที่ราชบุรี เปิดปฏิบัติการสะสางปัญหานอมินี ทวงคืนศักดิ์ศรีมะพร้าวน้ำหอมไทย ด หลังพบกลุ่มทุนต่างชาติรุกคืบ "ฮุบวงจร" มะพร้าวน้ำหอมไทย ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ แฉพฤติกรรม 3 รูปแบบที่ทำราคามะพร้าวผันผวนหนัก
โดย นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำไม่ได้เกิดจากกลไกตลาดปกติเพียงอย่างเดียว แต่มี "นอมินี" หรือการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางเป็นตัวแปรสำคัญ โดยจากการตรวจสอบพบพฤติกรรมที่น่ากังวล คือ
-เช่าเหมาสวน
ใช้ชื่อคนไทยจัดตั้งบริษัท เพื่อเข้าซื้อที่ดินหรือเช่าเหมาสวนมะพร้าวเพื่อปลูกและบริหารเอง
-กินรวบครบวงจร
ตั้งโรงงานแปรรูปและส่งออกเอง พร้อมมีช่องทางส่งออกและจัดจำหน่ายเองในต่างประเทศ ตัดวงจรพ่อค้าคนกลางและระบบสหกรณ์ของไทยโดยสิ้นเชิง
-คุมราคาซื้อ-ขายเบ็ดเสร็จ
เมื่อเป็นผู้ซื้อรายใหญ่จึงสามารถกำหนดราคาและเกณฑ์การรับซื้อได้ตามใจชอบ โดยเน้นเฉพาะเกรดดีที่สุด ส่งผลให้ราคากลางในพื้นที่ผันผวนหนัก
นอกจากปัญหานอมินี อุตสาหกรรมมะพร้าวไทยยังติดหล่มปัญหาสินค้า "ปลอมปน" โดยมีการเติมน้ำตาล แต่งกลิ่น หรือนำน้ำมะพร้าวพันธุ์อื่นมาสวมสิทธิเป็นมะพร้าวน้ำหอม 100% ส่งผลให้ประเทศไทยเสียชื่อเสียงและแบรนด์มะพร้าวแท้สู้ราคาไม่ได้
"เราต้องแยก HS Code (พิกัดศุลกากร) ให้ชัดระหว่างมะพร้าวแท้กับมะพร้าวผสม เพื่อปกป้องของดีของไทย และต้องบังคับใช้กฎหมายกับนักลงทุนทุกรายอย่างเท่าเทียม" นายพูนพงษ์ ระบุ
นอกจากนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ส่งสัญญาณเตือนคนไทยที่รับจ้างถือหุ้นแทนต่างชาติ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับสูงสุด 1 ล้านบาท และอาจถูกปรับรายวันอีกวันละ 10,000-50,000 บาทจนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน โดยใน วันนี้ (6 มีนาคม 2569) กรมฯ ได้นัดถก 10 หน่วยงานรวด อาทิ กรมสรรพากร ปปง. และกรมการจัดหางาน เพื่อกำหนดแผนตรวจสอบเชิงลึกและกวาดล้างธุรกิจผิดกฎหมายอย่างถอนรากถอนโคน
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้วางแนวทางแก้ไขทั้งการแยกพิกัดอัตราศุลกากร (HS Code) ให้ชัดเจนระหว่างมะพร้าวแท้และมะพร้าวผสม เพื่อให้ง่ายต่อการคุมคุณภาพ พร้อมส่งสัญญาณเตือนคนไทยที่รับจ้างถือหุ้นแทนคนต่างด้าว (นอมินี) ว่ามีโทษหนัก จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับสูงสุด 1 ล้านบาท หากยังฝ่าฝืนจะมีโทษปรับรายวันวันละ 10,000 - 50,000 บาทจนกว่าจะดำเนินการถูกต้อง
ล่าสุด 6 มีนาคม 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 10 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมวิชาการเกษตร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) *กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ *กรมสรรพากร *กรมการจัดหางาน *สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน *สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า *กรมการค้าภายใน *กรมการค้าต่างประเทศ และ *กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เข้าร่วมประชุมหารือแนวทางแนวทางการแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ และการตรวจสอบกลุ่มทุนต่างชาติที่ประกอบกิจการล้งผลไม้
เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ รวมทั้งรับฟังข้อมูลและการสะท้อนปัญหาในการบริหารจัดการที่ครอบคลุมทั้งกระบวนการ โดยเฉพาะปัญหากลุ่มทุนต่างชาติที่ประกอบธุรกิจไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น การขึ้นทะเบียนล้ง การใช้แรงงาน การเลี่ยงภาษี และการดำเนินธุรกิจที่อาจแทรกซึมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ และร่วมกันกดราคารับซื้อจากเกษตรกรอย่างไม่เป็นธรรม โดยเน้นการตรวจสอบเชิงลึก และมีการบังคับใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อเกษตรกรและนักธุรกิจที่ประกอบธุรกิจโดยถูกต้องตามกฎหมาย
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยเบื้องต้นตรวจพบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง (ล้งผลไม้) ที่ใช้คนไทยเป็นนอมินี จำนวน 15 บริษัท ตั้งอยู่ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ปทุมธานี และสมุทรปราการ โดยได้ส่งรายชื่อนิติบุคคลนั้นให้หน่วยงานข้างต้นทั้ง 7 หน่วยดำเนินการตามกฎหมายแล้ว ขณะเดียวกันได้พบบุคคลไทยที่เชื่อว่าอาจให้การสนับสนุนบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีอีก 10 ราย ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ดำเนินการส่งให้รายชื่อและข้อมูลให้กองบัญชาการสอบสวนกลาง (CIB) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินการตรวจสอบเชิงลึกต่อไป