

นายประคัลร์ กอดำรงค์ อัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) คณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (ประจำส่วนกลาง) ชี้แจงว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่จำหน่ายสินค้ารวม 3,477 แห่งทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 5 - 27 มีนาคม พบผู้กระทำผิดและดำเนินคดีแล้ว 15 ราย ส่วนใหญ่เป็นกรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคา ขณะที่การรับเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วน 1569 มีคำร้องสะสม 429 คำร้อง ตรวจสอบแล้ว 263 คำร้อง ลงโทษผู้กระทำผิด 29 ราย และอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบอีก 51 คำร้อง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระประชาชน
กระทรวงจะเริ่มโครงการ "ไทยช่วยไทย" พร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 1 เมษายน 2569 นำสินค้ากว่า 1,000 รายการ ลดราคาสูงสุดร้อยละ 50 โดยได้ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมของห้างแม็คโครและโลตัส สาขานครอินทร์ ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต สาขาเซ็นทรัลเวสต์เกต และโกโฮลเซลล์ สาขารังสิต ควบคู่กับการจัดโครงการธงฟ้าราคาประหยัดกว่า 500 จุด และรถโมบายเคลื่อนที่ที่จะเริ่มให้บริการในพื้นที่ห่างไกลที่ จ.ปราจีนบุรี ในเดือนเมษายน และ จ.ตราด หลังเทศกาลสงกรานต์ พร้อมมีมาตรการสนับสนุนวัตถุดิบราคาพิเศษผ่านตลาดกลาง กทม. เพื่อลดต้นทุนให้ร้านข้าวแกง
นายประคัลร์ กล่าวเพิ่มเติมถึงการช่วยเหลือเกษตรกรว่า กระทรวงพาณิชย์เตรียมขับเคลื่อนโครงการ "ปุ๋ยธงเขียวพลัส" เพื่อต่อยอดส่วนลดปุ๋ยเคมีกระสอบละ 200 บาท จำนวน 5 กระสอบ รวม 1,000 บาทต่อราย โดยเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้เกษตรกรที่มีบัตรดินดี ได้รับมาตรฐาน GAP หรือเป็นสมาชิกศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน ให้ได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มอีก 200 บาท รวมถึงคูปองอีก 200 บาท สำหรับซื้อปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรได้รับความช่วยเหลือรวมสูงสุด 1,400 บาทต่อราย โครงการนี้จะเริ่มในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนเมษายนที่ จ.กำแพงเพชร
ก่อนขยายไปยัง50 จังหวัดทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าหมายลดต้นทุน 1 ล้านกระสอบ นอกจากนี้ ในด้านห่วงโซ่อุปทาน กระทรวงพาณิชย์ได้ประสานกระทรวงการต่างประเทศเพื่อช่วยเรือขนส่งวัตถุดิบไทยออกจากช่องแคบฮอร์มุซ และมอบหมายให้ทูตพาณิชย์ทั่วโลก เร่งหาแหล่งนำเข้าปุ๋ยทดแทน เพื่อขยายโอกาสทางการค้ากับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ประจำประเทศไทย
และลาตินอเมริกา เพื่อรักษาระดับการส่งออกของไทยให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด