
นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ร่วมกับกระทรวงคมนาคม โดยกรมท่าอากาศยาน และ 7 สายการบินพันธมิตร ได้แก่ การบินไทย แอร์เอเชีย บางกอกแอร์เวย์ส นกแอร์ ไทยไลอ้อนแอร์ ไทยเวียตเจ็ทแอร์ และอีซี่แอร์ไลน์ ได้ร่วมลงนามข้อตกลงความร่วมมือสนับสนุนการกระจายผลไม้ผ่านช่องทางท่าอากาศยานและสายการบิน ประจำปี พ.ศ. 2569–2570 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการกระจายผลผลิตในช่วงที่ผลไม้ทยอยออกสู่ตลาด พร้อมส่งเสริมการบริโภคผลไม้ไทยและสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ สอดคล้องกับนโยบายของท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ที่มุ่งผลักดันให้ “ผลไม้ไทยเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กของผู้มาเยือน” และสร้างประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสและเลือกซื้อผลไม้ไทย โดยขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “ The Land : Thailand of Tropical Fruits”
นางสาวบรรจงจิตต์ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลเกษตรกรและการบริหารจัดการผลไม้ให้มีช่องทางการกระจายที่หลากหลาย ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการนำศักยภาพของท่าอากาศยานและสายการบินมาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารสามารถนำผลไม้จากแหล่งผลิตและแหล่งท่องเที่ยวกลับไปยังภูมิลำเนาได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการขนส่ง ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับผลไม้ไทย
สำหรับโครงการดังกล่าวมีระยะเวลา 1 ปีเต็ม ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 – 31 สิงหาคม 2570 โดยกรมการค้าภายในจะจัดสรรและนำส่งกล่องบรรจุผลไม้มาตรฐาน ขนาด 10 กิโลกรัม ไปยังท่าอากาศยาน พร้อมให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 รวมทั้งประสานสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนำเกษตรกรเข้าจำหน่ายผลไม้ตามฤดูกาลในพื้นที่ท่าอากาศยานที่กรมท่าอากาศยานจัดสรรในแต่ละจังหวัด
ขณะที่กรมท่าอากาศยานจะจัดเตรียมพื้นที่ให้บริการกล่อง อำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร และจัดสรรพื้นที่จำหน่ายผลไม้ชั่วคราวให้เกษตรกรภายในท่าอากาศยานภายใต้สังกัดของกรมท่าอากาศยาน นำร่องเมืองรองจำนวน 20 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ น่าน ลำปาง ตาก พิษณุโลก เลย อุดรธานี ขอนแก่น สกลนคร นครพนม ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ ตรัง นราธิวาส ส่วน 7 สายการบินพันธมิตรจะอำนวยความสะดวกในการขนส่งผลไม้ใต้ท้องเครื่องบินโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย น้ำหนักไม่เกิน 10 กิโลกรัมต่อผู้โดยสาร 1 ท่าน พร้อมร่วมประชาสัมพันธ์โครงการผ่านช่องทางของสายการบิน
นางสาวบรรจงจิตต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้โดยสารที่ต้องการใช้บริการสามารถติดต่อจุดรับบริการ ณ ท่าอากาศยานภายใต้การดูแลของกรมท่าอากาศยานทั้ง 20 แห่งทั่วประเทศ เพื่อรับกล่องบรรจุผลไม้ขนาด 10 กิโลกรัม จำนวน 1 กล่องต่อผู้โดยสาร 1 ท่าน สำหรับนำไปโหลดใต้ท้องเครื่องบินได้ฟรี โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เบื้องต้นตั้งเป้าจำนวน 100,000 กล่อง หรือ คิดเป็นผลไม้ 1,000 ตัน
ทั้งนี้ เพื่อให้การขนส่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผลไม้ที่นำมาใช้บริการจะต้องเป็นผลไม้สดเท่านั้น มีน้ำหนักรวมไม่เกิน 10 กิโลกรัม และต้องไม่เปียกชื้น โดยต้องใช้กล่องบรรจุผลไม้ของกรมการค้าภายในที่ได้รับจากจุดบริการของท่าอากาศยาน และจะต้องปิดผนึกอย่างมิดชิดด้วยเทปกาวหรือสายรัด เพื่อป้องกันมด แมลง สิ่งแปลกปลอม รวมถึงป้องกันการรั่วซึมของน้ำและกลิ่น
นางสาวบรรจงจิตต์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ขอแนะนำผู้โดยสารที่ใช้บริการว่า ก่อนนำผลไม้มาเดินทางด้วยเครื่องบิน อย่าลืมตรวจสอบเรื่องการบรรจุให้เรียบร้อย โดยเฉพาะทุเรียนหรือผลไม้ที่มีกลิ่นแรง ขอความร่วมมืองดนำขึ้นเครื่องและงดโหลดใต้ท้องเครื่อง เพื่อไม่ให้กลิ่นรบกวนผู้โดยสารท่านอื่น และทำให้การเดินทางของทุกคนสะดวกและราบรื่นค่ะ”
“กระทรวงพาณิชย์ขอขอบคุณกระทรวงคมนาคม โดยกรมท่าอากาศยาน และสายการบินพันธมิตรทั้ง 7 สายการบิน ที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการกระจายผลไม้ไทยมาอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการช่วยเกษตรกรระบายผลผลิต เพิ่มช่องทางการตลาด และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อผลไม้ไทย พร้อมทั้งเชื่อมโยงการเดินทาง การท่องเที่ยว และการบริโภคผลไม้ไทยให้เกิดประโยชน์ตลอดห่วงโซ่” นางสาวบรรจงจิตต์ กล่าว