
วันที่ 17 กันยายน 2569 – นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบหมายให้ ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน “Vietnamese Week in Thailand 2026” ภายใต้แนวคิด “DISCOVER THE CHARM OF VIETNAM” โดยมี นายฝั่ม เหวียต หุ่ง (H.E. Mr. Pham Viet Hung) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามประจำประเทศไทย และ นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ ผู้บริหารกลุ่มเซ็นทรัล พร้อมด้วยผู้บริหารภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วม ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–20 กันยายน 2569 เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 และร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือภายใต้กรอบ หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน (Comprehensive Strategic Partnership) ปี 2569–2574 พร้อมผลักดันเป้าหมายการค้าระหว่างสองประเทศให้แตะ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
ดร.กิริฎา กล่าวว่า ไทยและเวียดนามมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและมีความร่วมมือครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และความสัมพันธ์ระดับประชาชน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่ทั้งสองประเทศมีการแลกเปลี่ยนและพัฒนาสินค้าและบริการร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก ทั้งนี้ ไทยและเวียดนามได้กำหนดทิศทางความร่วมมือภายใต้กรอบ Comprehensive Strategic Partnership โดยมุ่งผลักดันยุทธศาสตร์ความเชื่อมโยง 3 ด้านให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และสร้างประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน
“ภาคเอกชนถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับเวียดนาม โดยเฉพาะกลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทไทยรายใหญ่ที่เข้าไปลงทุนในเวียดนาม และมีบทบาทในการเชื่อมโยงสินค้า บริการ และผู้บริโภคของทั้งสองประเทศ งาน Vietnamese Week in Thailand 2026 จึงเป็นตัวอย่างของการ Co-Creation ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ที่นำความโดดเด่นของสินค้าและวัฒนธรรมเวียดนามมาสร้างโอกาสทางการค้าในประเทศไทย และจะช่วยต่อยอดไปสู่ความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในอนาคต” ดร.กิริฎา กล่าว
สำหรับการค้าระหว่างไทยและเวียดนามมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มีมูลค่า 23,629.38 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 13.07% จากปีก่อนหน้า ส่งผลให้ไทยเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเวียดนามในภูมิภาคอาเซียน ขณะที่เวียดนามเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทยในอาเซียน และอันดับ 6 ของไทยในตลาดโลก สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปเวียดนาม ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำมันสำเร็จรูป เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก ตลอดจนทองแดงและของทำด้วยทองแดง
ขณะเดียวกัน การลงทุนของภาคเอกชนไทยในเวียดนามครอบคลุมหลากหลายสาขา อาทิ อาหารและเครื่องดื่ม ปศุสัตว์ บรรจุภัณฑ์ พลังงานทางเลือก และธุรกิจค้าปลีก โดยกลุ่มเซ็นทรัลเป็นหนึ่งในนักลงทุนไทยรายสำคัญในเวียดนาม สะท้อนถึงศักยภาพในการเชื่อมโยงห่วงโซ่เศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้บรรลุเป้าหมายมูลค่าการค้า 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
ภายในงาน Vietnamese Week in Thailand 2026 มีผู้ประกอบการเข้าร่วม 61 บริษัท 61 คูหา นำสินค้าและผลิตภัณฑ์จากเวียดนามมาจัดแสดงและจำหน่าย ครอบคลุมสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม สินค้าสุขภาพและความงาม สินค้าสำหรับเด็ก และของใช้ภายในบ้าน บนพื้นที่จัดแสดงรวม 520 ตารางเมตร เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคไทยได้สัมผัสสินค้าและเสน่ห์ของเวียดนาม พร้อมสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการทั้งสองประเทศได้เชื่อมโยงทางธุรกิจ
ดร.กิริฎา กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงฮานอย และนครโฮจิมินห์ ได้เดินหน้าจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับเวียดนามอย่างต่อเนื่อง และได้รับความสนใจจากนักธุรกิจของทั้งสองประเทศเป็นอย่างดี โดยกระทรวงพาณิชย์พร้อมทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนของเวียดนาม เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการไทยในเวียดนาม
“เชื่อมั่นว่าไทยและเวียดนามยังมีศักยภาพที่จะขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจได้อีกมาก การผนึกกำลังระหว่างภาครัฐและเอกชน จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศ และช่วยให้เป้าหมายการค้าร่วมกันที่ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีเกิดขึ้นได้โดยเร็ว” ดร.กิริฎา กล่าว